ตอนที่ 1 — รู้จักสถานะการเงิน
สวัสดีครับผู้อ่านทุกท่าน ยินดีต้อนรับสู่เส้นทางการสร้างความมั่งคั่งด้วยตัวคุณเอง หนังสือเล่มนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับ
"กระปุก"
ที่เราทุกคนมี ไม่ว่าจะเป็นกระปุกแห่งรายรับ กระปุกแห่งรายจ่าย กระปุกแห่งหนี้สิน และกระปุกแห่งความฝัน เราจะมาเรียนรู้วิธี
"แคะ" กระปุกเหล่านี้อย่างชาญฉลาด เพื่อนำไปสู่การ
"สร้างเศรษฐี"
ในแบบของคุณเอง การเริ่มต้นที่ดีที่สุดในการเดินทางสู่ความมั่งคั่ง คือการทำความเข้าใจสถานะทางการเงินปัจจุบันของคุณให้ถ่องแท้ เปรียบเสมือนการออกเดินทางไกล เราจำเป็นต้องรู้ว่าเรายืนอยู่ที่จุดไหน กำลังจะไปที่ไหน และมีเสบียงอะไรติดตัวบ้าง การประเมินสถานะการเงินไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอย่างที่คิด แต่เป็นขั้นตอนที่จำเป็นอย่างยิ่งในการวางแผนเส้นทางสู่เป้าหมาย
ขั้นแรก เราต้องสำรวจ "รายรับ"
ของเราก่อน รายรับคือเงินที่ไหลเข้ามาในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้างจากการทำงานพิเศษ เงินปันผลจากการลงทุน หรือแม้กระทั่งรายได้จากทรัพย์สินอื่นๆ ลองลิสต์รายการรายรับทั้งหมดที่คุณมีในแต่ละเดือนให้ชัดเจน อย่าลืมพิจารณารายรับที่อาจไม่สม่ำเสมอด้วย เช่น โบนัส หรือรายได้จากการรับจ้างเป็นครั้งคราว การรู้รายรับที่แน่นอนจะช่วยให้เราเห็นภาพรวมของศักยภาพในการใช้จ่ายและออมเงินของเรา เปรียบเหมือนการรู้ว่าเรามีน้ำในถังเท่าไหร่ เราก็จะได้กะปริมาณการใช้ในแต่ละวันได้อย่างเหมาะสม
ถัดมาคือการสำรวจ "รายจ่าย"
นี่คือส่วนที่หลายคนอาจจะรู้สึกไม่สบายใจนัก เพราะมันคือเงินที่ไหลออกไป แต่การทำความเข้าใจรายจ่ายคือหัวใจสำคัญของการบริหารเงิน ลองจดบันทึกทุกอย่างที่คุณใช้จ่ายในแต่ละเดือนอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าที่พัก ค่าสาธารณูปโภค ค่าผ่อนชำระต่างๆ ค่าใช้จ่ายส่วนตัว หรือแม้กระทั่งค่าใช้จ่ายเล็กๆ น้อยๆ ที่ดูเหมือนไม่มีนัยสำคัญ เช่น ค่ากาแฟระหว่างวัน หรือค่าขนม การจดบันทึกนี้อาจจะทำได้ยากในช่วงแรก แต่เมื่อทำเป็นนิสัย คุณจะพบว่าเงินจำนวนมากถูกใช้ไปกับสิ่งที่ไม่จำเป็นโดยที่คุณอาจไม่เคยรู้ตัว
มีเรื่องเล่าของ คุณสมชาย พนักงานออฟฟิศวัย 30 ปี ที่คิดว่าตัวเองบริหารเงินได้ดีอยู่แล้ว แต่เมื่อลองจดบันทึกรายจ่ายอย่างจริงจัง เขาถึงกับตกใจ เมื่อพบว่าในหนึ่งเดือน เขาใช้เงินไปกับค่ากาแฟที่ซื้อตามร้านสะดวกซื้อและร้านกาแฟชื่อดังเกือบ 3,000 บาท ซึ่งเป็นจำนวนที่ไม่น้อยเลยสำหรับค่าใช้จ่ายที่สามารถทดแทนได้ด้วยการชงกาแฟเองที่บ้าน หรือการลดความถี่ลง เมื่อคุณสมชายปรับพฤติกรรมนี้ เขาก็สามารถประหยัดเงินได้ทันทีหลายพันบาทต่อเดือน ซึ่งเงินจำนวนนี้สามารถนำไปต่อยอดเพื่อสร้างความมั่งคั่งได้
หลังจากที่เราสำรวจรายรับและรายจ่ายแล้ว เราก็จะเข้าสู่การคำนวณ
"เงินคงเหลือ" หรือ
"เงินออม"
ซึ่งก็คือ รายรับทั้งหมด ลบด้วย รายจ่ายทั้งหมด เงินที่เหลือคือน้ำใสที่เราจะนำไปใช้ในการสร้างอนาคตของเรา หากเงินคงเหลือเป็นบวก นี่คือสัญญาณที่ดี แต่หากเป็นลบ นั่นหมายความว่าเรากำลังใช้จ่ายเกินตัว และจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนอย่างเร่งด่วน
นอกจากนี้ เราต้องพิจารณา "ทรัพย์สิน" และ
"หนี้สิน"
ของเราด้วย ทรัพย์สินคือสิ่งที่มีมูลค่าและสามารถเปลี่ยนเป็นเงินได้ เช่น เงินสด เงินฝากในธนาคาร กองทุนรวม หุ้น อสังหาริมทรัพย์ หรือแม้กระทั่งยานพาหนะ ส่วนหนี้สินคือภาระผูกพันที่เราต้องชำระคืน เช่น หนี้บัตรเครดิต หนี้สินเชื่อรถยนต์ หนี้สินเชื่อบ้าน หรือหนี้อื่นๆ การรู้มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (ทรัพย์สินทั้งหมด ลบด้วย หนี้สินทั้งหมด) จะช่วยให้เราเห็นภาพรวมของฐานะทางการเงินที่แท้จริงของเรา
ลองสมมติว่า คุณก้อย อายุ 25 ปี เพิ่งเริ่มทำงาน เธอมีเงินเดือน 25,000 บาท มีเงินออมในบัญชี 30,000 บาท มีรถยนต์ที่ผ่อนอยู่ 200,000 บาท และมีหนี้บัตรเครดิต 50,000 บาท เมื่อคำนวณทรัพย์สินสุทธิของเธอ คือ (30,000 บาท (เงินออม) + มูลค่ารถยนต์ (สมมติ 300,000 บาท)) ลบด้วย (200,000 บาท (หนี้รถ) + 50,000 บาท (หนี้บัตรเครดิต)) เท่ากับ 30,000 + 300,000 - 200,000 - 50,000 = 80,000 บาท ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่ก็ยังต้องบริหารจัดการหนี้สินเพื่อเพิ่มทรัพย์สินสุทธิให้มากขึ้น
การรู้จักสถานะการเงินของตัวเองเป็นเหมือนการตรวจสอบสุขภาพทางการเงิน หากพบว่ามีจุดไหนที่ต้องปรับปรุง ก็เหมือนกับการพบแพทย์เพื่อรักษา การยอมรับความจริงเกี่ยวกับสถานะการเงินของตนเอง อาจจะทำให้รู้สึกไม่สบายใจบ้าง แต่จงจำไว้ว่านี่คือขั้นตอนแรกและสำคัญที่สุดในการเปลี่ยนแปลงไปสู่ชีวิตที่มีความมั่นคงและมั่งคั่ง อย่าเพิ่งท้อแท้ หากพบว่าสถานการณ์ทางการเงินยังไม่เป็นที่น่าพอใจ จงมองว่านี่คือโอกาสในการเริ่มต้นใหม่ และเครื่องมือในการวางแผนเพื่ออนาคตที่ดีกว่า
ข้อคิดประจำตอนนี้คือ "รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง" ในที่นี้
"เขา" คือ โอกาสและเครื่องมือทางการเงินต่างๆ
"เรา"
คือ สถานะการเงินของตัวเราเอง หากเรารู้จักสถานะการเงินของตัวเองอย่างถ่องแท้ เราก็จะสามารถวางแผนการใช้จ่าย การออม และการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อก้าวข้ามอุปสรรคและบรรลุเป้าหมายทางการเงินที่เราตั้งไว้ได้อย่างแน่นอน
