จัดส่งฟรีเมื่อสั่ง ฿500+
จากลูกจ้างสู่เจ้าของ
กลับห้องสมุด

จากลูกจ้างสู่เจ้าของ

ธุรกิจ/Startup15 ตอนฟรี
ตอนที่ 1/157%
ตอนที่ 1 — วันจันทร์ที่แสนน่าเบื่อในออฟฟิศ

ตอนที่ 1 — วันจันทร์ที่แสนน่าเบื่อในออฟฟิศ

นาฬิกาดิจิทัลบนหน้าจอคอมพิวเตอร์สะท้อนแสงสีฟ้าสลัวมายังใบหน้าของณัฐ ดวงตาของเขาเหลือบมองตัวเลขที่ค่อยๆ ขยับไปช้าๆ ราวกับมันจงใจจะแกล้งเขาให้ทรมานเล่น เสียงคีย์บอร์ดดังระรัวรอบข้าง เป็นเสียงเพลงประกอบชีวิตมนุษย์เงินเดือนที่เขาคุ้นเคยจนชินชา แต่เช้านี้มันกลับรู้สึกอื้ออึงราวกับเสียงเครื่องจักรที่ไร้ชีวิต ณัฐถอนหายใจยาว กลิ่นกาแฟจางๆ ที่ควรจะปลุกเร้าความกระตือรือร้นกลับทำได้เพียงช่วยลดอาการง่วงนอนไปได้บ้าง แต่มันไม่ได้ช่วยให้ความรู้สึกอึดอัดในอกหายไปเลย เขามองกองเอกสารที่รอการอนุมัติบนโต๊ะ มองรายงานตัวเลขที่ต้องสรุปให้เจ้านายภายในบ่ายวันนี้ รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจมอยู่ในวังวนที่ไม่จบสิ้น "เป็นไงบ้างล่ะ วันจันทร์ที่สดใสของนาย" เสียงทักทายของพรรณิภา เพื่อนร่วมงานที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆ ดังขึ้น พรรณิภามักจะมองโลกในแง่ดีเสมอ แม้ในวันที่ฝนตกหนักหรือรถติดสาหัส เธอยังหาเรื่องยิ้มได้เสมอ ณัฐฝืนยิ้มตอบ "ก็เหมือนทุกวันแหละพรรณ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง" "อย่าเพิ่งเบื่อเลยน่า ใกล้เที่ยงแล้ว เดี๋ยวเราไปหาอะไรอร่อยๆ กินกัน" พรรณิภาพูดพร้อมกับหันหน้ากลับไปทำงานต่อ ณัฐพยักหน้าเบาๆ แต่ในใจเขากลับรู้สึกว่างเปล่า เขาไม่ใช่คนที่ไม่ชอบความมั่นคงหรือรายได้ที่แน่นอน มันเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิต แต่สิ่งที่เขาต้องการมากกว่านั้นคือความรู้สึกว่าตัวเองกำลังก้าวไปข้างหน้า ไม่ใช่การวนลูปอยู่กับที่เดิมๆ วันแล้ววันเล่า เขาจดจำคำพูดของอาจารย์มหาวิทยาลัยคนหนึ่งได้ อาจารย์เคยบอกไว้ว่า "ชีวิตคนเรามีค่ามากกว่าแค่การรอเงินเดือนออกทุกสิ้นเดือน จงหาความหมายในสิ่งที่คุณทำ และทำให้มันมีความหมาย" คำพูดนั้นฝังอยู่ในใจเขาเสมอ แต่ในแต่ละวันภาระหน้าที่และความรับผิดชอบก็กลืนกินความฝันเล็กๆ ของเขาไปเรื่อยๆ เขารู้สึกเหมือนมีกรงแก้วที่มองเห็นโลกภายนอกได้ แต่ไม่มีทางที่จะก้าวออกไปได้เลย ช่วงพักกลางวัน ณัฐเลือกที่จะเดินเล่นไปตามสวนสาธารณะใกล้ๆ ออฟฟิศ เขาอยากหลีกหนีจากบรรยากาศอึดอัดในออฟฟิศสักพัก เขาเดินไปเรื่อยๆ ปล่อยความคิดให้ล่องลอยไปกับสายลม สายตาของเขาสะดุดเข้ากับป้ายเล็กๆ หน้าบ้านหลังหนึ่ง "รับซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิด รับประกันคุณภาพ" ด้านในมีชายสูงวัยคนหนึ่งกำลังง่วนอยู่กับการตะไบชิ้นส่วนเครื่องปั่น มือที่เต็มไปด้วยคราบน้ำมันและรอยแผลเป็นเล็กๆ น้อยๆ แต่กลับเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วและมั่นคง ณัฐหยุดมองอยู่ครู่หนึ่ง ความคิดบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นในหัว เขาจำได้ว่าเมื่อเดือนก่อน เครื่องปั่นน้ำผลไม้ที่บ้านเสีย เขาหาช่างซ่อมอยู่นานกว่าจะเจอ และค่าซ่อมก็แพงหูฉี่ ทั้งที่อาการเสียก็ไม่น่าจะซับซ้อนอะไร "ลุงครับ" ณัฐเอ่ยทักทายอย่างเกรงใจ ชายสูงวัยเงยหน้าขึ้นมอง "มีอะไรให้ช่วยหรือเปล่าหนุ่ม" "ผมแค่มองดูเฉยๆ ครับ ผมเห็นลุงกำลังทำงานอยู่ ดูลุงตั้งใจมากเลย" ณัฐตอบ "ผมกำลังเบื่อๆ งานที่ทำอยู่ เลยออกมาเดินเล่น" "อ๋อ เข้าใจเลย" ลุงยิ้ม "วัยหนุ่มก็แบบนี้แหละ มีไฟ มีฝัน แต่บางทีก็ติดแหง็กอยู่ที่เดิมๆ" "ใช่ครับ" ณัฐตอบรับอย่างจริงใจ "ผมรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังติดอยู่ในกรอบที่คนอื่นวางไว้ ผมอยากทำอะไรที่มันมีความหมายมากกว่านี้ แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มยังไง" "การเปลี่ยนแปลงมันไม่ได้ยากหรอกหนุ่ม" ลุงสมชาย (เขาแนะนำตัวว่าชื่อสมชาย) วางตะไบลง "อย่างแรกเลย คือต้องรู้ตัวก่อนว่าเราไม่พอใจกับสิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้ แล้วก็ต้องกล้าที่จะก้าวออกจาก Comfort Zone ของตัวเอง" ณัฐมองไปที่เครื่องปั่นที่ลุงสมชายกำลังซ่อม เขามองเห็นความภาคภูมิใจในแววตาของลุงเมื่อพูดถึงงานของเขา "ลุงทำอาชีพนี้มานานแล้วเหรอครับ" "ก็หลายสิบปีแล้วล่ะ" ลุงสมชายตอบ "สมัยก่อนก็ไม่มีใครอยากทำนะ เห็นว่าเป็นงานสกปรก งานใช้แรง แต่มันก็ทำให้ครอบครัวฉันอยู่ได้ แล้วก็ได้ช่วยเหลือคนอื่นด้วย เวลาเครื่องใช้ไฟฟ้าของคนอื่นเสีย เขาก็เดือดร้อนใช่มั้ยล่ะ พอเราซ่อมให้ได้ เขาก็ดีใจ เราก็ได้เงิน เขาได้ของใช้ มันก็วินๆ กันไป" ณัฐฟังเรื่องราวของลุงสมชายอย่างตั้งใจ เขาไม่เคยคิดว่างานซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าจะสามารถสร้างความภาคภูมิใจและมีความหมายได้ขนาดนี้ "ผมไม่เคยคิดเลยครับว่างานแบบนี้จะมีคุณค่ามากขนาดนี้" "ทุกอาชีพมีคุณค่าในตัวของมันทั้งนั้นแหละหนุ่ม" ลุงสมชายพูด "อยู่ที่เราจะมองมันยังไง แล้วก็อยู่ที่เราจะทำมันให้ดีที่สุดแค่ไหน" ณัฐรู้สึกเหมือนมีบางอย่างในใจของเขาถูกปลดล็อก เขาขอบคุณลุงสมชายสำหรับการพูดคุย และเดินกลับออฟฟิศด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป เขาไม่ได้รู้สึกเบื่อหน่ายกับงานตรงหน้าอีกต่อไป แต่กลับรู้สึกว่าตัวเองกำลังมองหาบางสิ่งบางอย่าง เขาตระหนักแล้วว่าการติดอยู่ในกรอบเดิมๆ เป็นปัญหาของเขาเอง และการเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นที่การยอมรับปัญหานั้น และการกล้าที่จะมองหาสิ่งใหม่ๆ บทเรียนที่ณัฐได้รับในวันนี้คือ การตระหนักรู้ถึงปัญหาของตัวเองคือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง เขาได้เห็นแล้วว่าแม้แต่งานที่ดูเหมือนธรรมดาที่สุด ก็สามารถมีความหมายและสร้างคุณค่าได้ หากเรามีทัศนคติที่ถูกต้อง และการเริ่มต้นก้าวออกจากความไม่พอใจเดิมๆ คือก้าวแรกที่สำคัญที่สุดบนเส้นทางสู่การค้นหาตัวเอง
ชอบเรื่องนี้? แชร์ให้เพื่อนอ่านด้วย
1 / 15