ตอนที่ 1 — ชีวิตที่ไร้สีสันของมนุษย์เงินเดือน
ณัฐมองนาฬิกาข้อมือของตัวเองอีกครั้ง ตัวเลขดิจิทัลสีฟ้าอ่อนกระพริบแจ้งเวลา 17:59 น. ใกล้เวลาเลิกงานเต็มทีแล้ว เขาถอนหายใจยาว เหยียดแขนที่เริ่มจะชาจากการนั่งพิมพ์งานมาทั้งวัน บนโต๊ะทำงานของเขามีเอกสารกองพะเนิน กองที่เพิ่งเริ่มเปิดดูเพียงไม่กี่หน้า และมีกองที่ยังไม่ได้แตะต้องอีกอักโข งานของเขาก็วนๆ อยู่กับการรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ และทำรายงานส่งหัวหน้า ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว ทุกอย่างก็ดูเหมือนเดิมทุกวัน ไม่ได้มีอะไรท้าทายหรือน่าตื่นเต้นเลยสักนิด
"เฮ้อ" เสียงถอนหายใจหลุดออกมาอีกครั้ง หนักหน่วงกว่าเดิมจนเพื่อนร่วมงานโต๊ะข้างๆ หันมามอง "เป็นอะไรไปณัฐ งานเยอะเหรอ" มะลิ เพื่อนร่วมงานสาวร่างท้วมถาม พลางยื่นขนมเวเฟอร์รสช็อกโกแลตมาให้ "เอาไปหน่อยสิ จะได้มีแรง"
ณัฐรับเวเฟอร์มาด้วยสีหน้าครุ่นคิด "ก็เยอะนะมะลิ แต่ไม่ใช่แค่นั้นน่ะสิ" เขากลืนน้ำลายลงคอ "คือผมรู้สึกเบื่อกับชีวิตแบบนี้มากๆ เลย รู้สึกเหมือนตัวเองติดอยู่ในวงล้อหนูที่วิ่งไปเรื่อยๆ แต่ก็ไปไหนไม่ถึงไหนสักที"
มะลิหัวเราะเบาๆ "ใครๆ ก็เคยรู้สึกแบบนี้แหละน่า อย่าคิดมากน่า ทำงานให้เสร็จแล้วก็ไปหาอะไรอร่อยๆ กิน สัปดาห์หน้าค่อยว่ากันใหม่"
"แต่มันไม่ใช่น่ะมะลิ" ณัฐเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ มองออกไปนอกหน้าต่างเห็นแสงอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า เป็นภาพที่สวยงามแต่ก็ยิ่งตอกย้ำความรู้สึกว่างเปล่าในใจเขา "ผมหมายถึง เป้าหมายอะไรสักอย่างก็ได้ ผมเคยตั้งใจจะลดน้ำหนักนะ เริ่มมาสองวันก็เลิก ละลายน้ำหนักกลับมาอีกต่างหาก เคยอยากเรียนเปียโน ก็ซื้อคอร์สออนไลน์มาทิ้งไว้ยังไม่ได้เปิดดูสักครั้ง เคยอยากเขียนหนังสือ ก็ได้แค่คิดชื่อเรื่องไว้ในหัว ยังไม่ได้ลงมือเขียนแม้แต่ประโยคแรกเลย"
เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเลื่อนดูฟีดโซเชียลมีเดีย รูปภาพเพื่อนๆ ที่ไปเที่ยวต่างประเทศ รูปอาหารหรูหรา รูปความสำเร็จในหน้าที่การงานที่ดูเหมือนจะเกิดขึ้นง่ายดายสำหรับคนอื่น ทำเอาเขายิ่งรู้สึกแย่ "ผมรู้สึกว่าตัวเองไม่มีวินัยเอาเสียเลย ทำอะไรก็ไม่เคยสำเร็จสักอย่าง"
"อย่าพูดแบบนั้นสิณัฐ" มะลิปลอบ "ทุกคนก็มีช่วงที่รู้สึกท้อแท้ทั้งนั้นแหละ นายแค่ต้องหาแรงบันดาลใจให้เจอ"
"แรงบันดาลใจเหรอ" ณัฐพึมพำ "ผมก็ไม่รู้ว่ามันอยู่ตรงไหนเหมือนกัน" เขาหยิบเอกสารที่กองอยู่บนโต๊ะขึ้นมาดูอีกครั้ง ชื่อโปรเจกต์ "การวิเคราะห์ข้อมูลการขายไตรมาสที่สาม" เป็นหัวข้อที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี เพราะนี่คืองานที่เขาต้องทำซ้ำๆ มาหลายปีแล้ว ไม่มีอะไรใหม่ ไม่มีอะไรให้ค้นพบ เขาอยากจะโยนมันทิ้งไปให้พ้นๆ หน้าแล้วออกไปเดินเล่นสูดอากาศข้างนอกเสียให้เต็มปอด
"เอาล่ะ เลิกบ่นแล้วทำงานต่อเถอะ" เขาพยายามบังคับตัวเอง แต่สมองกลับคิดถึงแต่เรื่องอื่น "ถ้าผมเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ อีกห้าปี สิบปีข้างหน้า ชีวิตผมจะเป็นยังไงนะ" ภาพอนาคตที่ดูเลือนรางและน่าหดหู่ผุดขึ้นมาในหัว เขาเห็นตัวเองนั่งอยู่ที่เดิม ทำงานเดิมๆ ที่ไม่เคยมีความสุข รู้สึกผิดหวังในตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า "ผมไม่อยากเป็นแบบนั้น" ความคิดนี้ดังขึ้นมาในหัวอย่างชัดเจน
"นี่นายได้ยินที่ผมพูดไหมมะลิ" ณัฐถามขึ้นมาอย่างกะทันหัน "ผมรู้สึกไม่พอใจกับชีวิตตัวเองมากๆ ผมอยากจะเปลี่ยนแปลงนะ แต่มันไม่รู้จะเริ่มตรงไหนเลย"
มะลิมองหน้าเขาอย่างเห็นใจ "บางทีนะณัฐ การที่นายรู้สึกไม่พอใจกับสิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้ มันอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีก็ได้นะ การตระหนักรู้ว่าเราต้องการอะไรที่มันดีกว่าเดิมน่ะ มันคือสัญญาณแรกของการเปลี่ยนแปลงแล้ว"
ณัฐเงียบไป เขานึกถึงคำพูดของมะลิ การตระหนักรู้ว่าตัวเองไม่พอใจ มันคือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงอย่างนั้นหรือ? เขารู้สึกเหมือนมีประกายไฟเล็กๆ จุดขึ้นในใจ ความรู้สึกไม่พอใจที่เคยเป็นเหมือนน้ำหนักถ่วงเขาไว้ ตอนนี้กลับกลายเป็นเหมือนพลังงานบางอย่างที่ผลักดันให้เขาอยากจะก้าวต่อไป
"อาจจะจริงของเธอนะมะลิ" ณัฐพูดเสียงเบา "บางทีการที่เราไม่พอใจกับสิ่งที่เป็นอยู่ มันก็ดีกว่าการที่เราไม่รู้สึกอะไรเลย" เขาเหลือบมองกองเอกสารอีกครั้ง ก่อนจะตัดสินใจ "เอาล่ะ ผมจะทำงานนี้ให้เสร็จก่อน แล้วค่อยคิดเรื่องอื่น" เขาหยิบปากกาขึ้นมา แต่คราวนี้ ไม่ใช่แค่การทำงานให้เสร็จไปวันๆ แต่เป็นความตั้งใจที่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจ ว่าเขาจะไม่ยอมให้ชีวิตของเขาจมปลักอยู่แบบนี้ตลอดไป
บทเรียนของวันนี้คือ การตระหนักถึงปัญหาและความไม่พอใจในชีวิตที่ตนเองเป็นอยู่ คือก้าวแรกที่สำคัญที่สุดของการเปลี่ยนแปลง หากเราไม่รู้สึกถึงความไม่สบาย หรือความต้องการที่จะดีขึ้น เราก็จะไม่มีแรงจูงใจที่จะลงมือทำอะไรเลย ความรู้สึกเบื่อหน่าย ความผิดหวังในตัวเองที่ณัฐกำลังเผชิญอยู่ แม้จะดูเป็นเรื่องน่าเศร้า แต่มันคือสัญญาณเตือนว่า ถึงเวลาแล้วที่จะต้องเปลี่ยนแปลง และมันคือเชื้อเพลิงชั้นดีที่จะพาเขาไปสู่เป้าหมายที่ใหญ่กว่าเดิม
