ตอนที่ 1 — ฝันร้ายริมถนน คนสู้ชีวิต
กลิ่นน้ำมันเครื่องเก่าคลุ้งปะปนกับไอเสียรถยนต์ที่วิ่งขวักไขว่บนถนนพระราม 4 ยามค่ำคืน สมชาย ใจถึง ชายหนุ่มวัย 25 ปี นั่งซึมอยู่บนแผงขายของชำเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ริมทางเท้า แสงไฟนีออนสีส้มจากป้ายร้านสะดวกซื้อฝั่งตรงข้ามสาดสะท้อนใบหน้าซูบผอม ดวงตาคู่คมฉายแววเหนื่อยล้าแต่ก็ยังมีความมุ่งมั่นที่ยากจะดับลง ถุงพลาสติกใสใส่ขนมขบเคี้ยว หลอดดูดน้ำอัดลม และบุหรี่ยี่ห้อดัง วางเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ แต่ผู้คนก็เดินผ่านไปมาราวกับเขาไม่มีตัวตน เสียงท้องร้องประท้วงดังขึ้นเป็นระยะๆ ย้ำเตือนถึงความหิวที่กัดกินร่างกาย และความกังวลที่เกาะกินหัวใจ สมชายถอนหายใจยาว เขาเพิ่งจะจ่ายค่าเช่าแผงนี้ไปหมาดๆ เหลือเงินติดตัวไม่ถึงห้าร้อยบาท ไหนจะค่าข้าว ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายจิปาถะอีก สมชายกวาดสายตาไปรอบๆ ตลาดเล็กๆ แห่งนี้ ผู้คนมากมายกำลังจับจ่ายใช้สอย บ้างก็ดูมีความสุข บ้างก็ดูรีบร้อน แต่ทุกคนก็มีเป้าหมายบางอย่างในชีวิตของตัวเอง แล้วชีวิตของเขาเล่า เป้าหมายของเขาล่ะคืออะไรกันแน่ สมชายก้มลงมองมือที่หยาบกร้านจากการทำงานหนักมาตั้งแต่เด็ก เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นที่ขมับ ภาพในอดีตผุดขึ้นมาในหัวไม่หยุดหย่อน ภาพพ่อที่จากไปก่อนวัยอันควร แม่ที่ต้องทำงานหนักเลี้ยงดูลูกๆ สามคนตามลำพัง และตัวเองที่ต้องออกจากโรงเรียนก่อนจะเรียนจบ ม.6 เพื่อมาช่วยแม่หาเงิน การแบกหามของหนัก การรับจ้างทุกอย่างที่ขวางหน้า ตั้งแต่ล้างรถ ยันเก็บขยะ มันหล่อหลอมให้เข้มแข็ง แต่ก็ทิ้งรอยแผลเป็นไว้ในใจเสมอ "เมื่อไหร่ชีวิตเราจะดีขึ้นวะ" เขาพึมพำกับตัวเอง เสียงแผ่วเบาแทบกลืนไปกับเสียงรถรา
"สมชาย! ยังไม่กลับอีกเหรอ" เสียงแม่ของเขาดังขึ้นมา สมชายเงยหน้าขึ้นไปมอง เห็นแม่เดินเข้ามาหา ใบหน้ามีรอยยิ้มจางๆ แต่ก็ยังคงมีความเหนื่อยล้าปรากฏอยู่ "วันนี้ขายไม่ค่อยดีเลยแม่" เขาตอบเสียงอ่อย "ไม่เป็นไรลูก ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปนะ เรายังมีพรุ่งนี้เสมอ" แม่ยื่นถุงพลาสติกใบเล็กให้ "แม่ทำกับข้าวไว้ให้ เอาไปกินนะ อย่าอดข้าวอีก" สมชายรับถุงข้าวจากมือแม่ รู้สึกถึงไออุ่นที่แผ่ซ่านมาถึงหัวใจ "ขอบคุณครับแม่" เขากล่าว เสียงสั่นเล็กน้อย "แต่แม่ก็กินให้อิ่มนะ" แม่ยิ้ม "แม่สบายมากน่า รีบเก็บของแล้วกลับบ้านเถอะ ดึกแล้ว" สมชายมองตามหลังแม่ที่เดินลับไปกับความมืด ความรู้สึกผิดตีตื้นขึ้นมา เขาอยากให้แม่ได้พักผ่อนจริงๆ ไม่ใช่ต้องมาตรากตรำทำงานหาเงินจนหลังขดหลังแข็งแบบนี้ "ชีวิตนี้มันต้องมีอะไรที่ดีกว่านี้สิ" เขาคิดในใจ "เราต้องทำให้ได้" สมชายหันกลับมามองแผงของเล็กๆ ของตัวเองอีกครั้ง มันดูเล็กน้อยเหลือเกินเมื่อเทียบกับความฝันอันยิ่งใหญ่ที่ซ่อนอยู่ในใจ แต่ความฝันนั้นก็เหมือนเมล็ดพันธุ์ที่เขาต้องรดน้ำพรวนดินให้มันเติบโต เขาจำคำพูดของปู่ได้ ปู่เคยบอกว่า "คนเราถ้าไม่มีฝัน ก็เหมือนเรือที่ไม่มีหางเสือ ล่องไปตามกระแสน้ำ สุดท้ายก็อับปาง" สมชายสูดลมหายใจลึก เขาจะไม่มีวันยอมเป็นแบบนั้นเด็ดขาด เขาจะต้องหาทางฝันให้เป็นจริงให้ได้ เขาจะต้องสร้างชีวิตที่ดีกว่านี้ให้กับตัวเองและแม่ให้ได้ แสงไฟจากรถยนต์สาดส่องมาที่ใบหน้าเขาชั่วครู่ ราวกับเป็นสัญญาณแห่งความหวัง สมชายตั้งใจแน่วแน่ "ฉันจะต้องรวยให้ได้" เขาพูดเสียงดังขึ้น "ฉันจะต้องเป็นเศรษฐีให้ได้!" ความฝันนี้ไม่ใช่แค่ความหวังลมๆ แล้งๆ แต่มันคือเป้าหมายที่ชัดเจน คือเข็มทิศที่จะนำทางชีวิตของเขาต่อไปในวันที่มืดมนที่สุด บทเรียนที่สมชายได้เรียนรู้ในค่ำคืนนั้น คือการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน แม้จะเริ่มต้นจากจุดที่ต่ำที่สุด แต่การมีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่และชัดเจน จะเป็นแรงผลักดันให้ก้าวข้ามทุกอุปสรรคไปได้
