ตอนที่ 1 — ความฝันของเด็กบ้านนอกบนรถเมล์
ตอนที่ 1 — ความฝันของเด็กบ้านนอกบนรถเมล์
แสงแดดยามเย็นสีทองอ่อนๆ สาดส่องลอดหน้าต่างรถเมล์สายเก่าที่กำลังโยกเยกไปตามจังหวะของถนน ธันวา วัย 25 ปี เหม่อมองภาพผู้คนเบื้องนอกที่เร่งรีบ ภาพเหล่านั้นสะท้อนความเร่งรีบในใจเขา เขาบีบกระเป๋าผ้าใบเก่าๆ ในมือแน่น เหงื่อที่ซึมออกมาตามไรผมไม่ได้มาจากอากาศร้อนเพียงอย่างเดียว แต่มันคือความหวัง ความฝัน และแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามาพร้อมๆ กัน เขาหยิบรูปถ่ายใบเล็กๆ ในกระเป๋าสตางค์ออกมา มันคือภาพของพ่อกับแม่ ใบหน้าเปื้อนยิ้มแต่แฝงความเหนื่อยล้า ธันวาจำได้ดีถึงภาพนั้น การต้องดิ้นรนปากกัดตีนถีบเพื่อส่งเสียเขาจนเรียนจบ ความคิดถึงบ้านเกิด ความรู้สึกผิดที่ทิ้งพ่อแม่ให้อยู่ตามลำพัง และความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะทำให้ชีวิตของพวกท่านดีขึ้น เป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่จุดประกายในใจเด็กหนุ่มอย่างเขา
"ไม่เป็นไรนะพ่อแม่ เดี๋ยวลูกจะทำให้ดีที่สุด" เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ เสียงดังพอที่จะทำให้หญิงสูงวัยที่นั่งอยู่ข้างๆ หันมามองนิดๆ
หญิงสูงวัยคนนั้น มีใบหน้ายิ้มแย้ม แต่แววตาแฝงความเมตตา เธอเอ่ยถามขึ้น "หนุ่มน้อย พูดกับใครอยู่จ๊ะ"
ธันวาสะดุ้งเล็กน้อย รีบเก็บรูปเข้าที่ "อ๋อ ไม่มีอะไรครับคุณป้า แค่คิดถึงที่บ้านน่ะครับ"
"บ้านเราอยู่ที่ไหนล่ะหนุ่มน้อย ดูท่าทางมาไกลเชียว"
"ผมมาจากต่างจังหวัดครับ มาหาโอกาสที่กรุงเทพฯ" ธันวาตอบ ใบหน้าเปื้อนยิ้ม
"อืม... กรุงเทพฯ นี่ก็มีทั้งโอกาสและบทเรียนนะ ระวังตัวหน่อยล่ะ" หญิงสูงวัยเตือนด้วยความหวังดี
"ขอบคุณครับคุณป้า ผมจะจำไว้ครับ" ธันวาพยักหน้า เขาจำได้ดีถึงภาพของพ่อที่ต้องตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างเพื่อไปกรีดยาง แม่ที่ต้องนั่งเฝ้าแผงผักเล็กๆ จนดึกดื่น มันวนเวียนอยู่ในหัวไม่เคยจางหาย เขาอยากให้พ่อกับแม่ไม่ต้องเจอความเหนื่อยยากแบบนี้อีกแล้ว อยากให้พวกท่านได้พักผ่อนอย่างสบายๆ ได้เห็นลูกประสบความสำเร็จอย่างที่ท่านเคยหวังไว้
"คุณป้ามาทำอะไรที่กรุงเทพฯ ครับ" ธันวาชวนคุยเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากความคิดที่หนักอึ้ง
"ก็มาเยี่ยมหลานน่ะสิ หนุ่มน้อย โตไปก็อยากมีครอบครัวอบอุ่นๆ เหมือนกันนะ" หญิงสูงวัยตอบ
"ผมก็หวังแบบนั้นครับคุณป้า" ธันวายิ้มบางๆ
"มาหาโอกาสทำธุรกิจเหรอหนุ่ม" หญิงสูงวัยสังเกตเห็นความตั้งใจในแววตาของธันวา
"ใช่ครับคุณป้า ผมอยากมีธุรกิจของตัวเองสักวัน" ธันวาตอบอย่างมีความหวัง
"ดีแล้วล่ะ ความฝันเป็นสิ่งสำคัญ แต่การลงมือทำสำคัญกว่านะ" หญิงสูงวัยพยักหน้า "แล้วคิดไว้หรือยังว่าจะทำธุรกิจอะไร"
"ตอนนี้ยังไม่ชัดเจนมากครับ แต่ผมมีไอเดียคร่าวๆ อยู่บ้าง ผมชอบสังเกตผู้คน ชอบดูว่าอะไรกำลังเป็นที่ต้องการ และคิดว่าผมจะหาทางเติมเต็มความต้องการนั้นได้ยังไง" ธันวาอธิบาย
"นั่นแหละคือจุดเริ่มต้นที่ดี" หญิงสูงวัยเสริม "ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมักจะมาจากความเข้าใจในลูกค้าอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบอย่างเดียว"
"ผมก็คิดแบบนั้นครับคุณป้า บางทีคนเราก็หลงไปกับสิ่งที่ตัวเองอยากทำ จนลืมไปว่าตลาดต้องการอะไร" ธันวาเห็นด้วย
"ถูกต้องเลยหนุ่มน้อย" หญิงสูงวัยกล่าว "จำไว้นะ ธุรกิจคือการแก้ปัญหาให้คนอื่น ถ้าเราแก้ปัญหาให้คนอื่นได้ดีพอ เขาก็จะยอมจ่ายเงินให้เราเอง"
"การแก้ปัญหา... ฟังดูน่าสนใจครับ" ธันวาพึมพำ เขาเริ่มเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น
"แล้วประสบการณ์ที่ผ่านมาล่ะ มีอะไรที่พอจะนำมาใช้ได้บ้าง" หญิงสูงวัยถามต่อ
"ผมทำงานมาหลายอย่างครับ เป็นเด็กเสิร์ฟในร้านอาหาร คนงานก่อสร้าง ส่งของตามบ้าน หรือแม้กระทั่งช่วยแม่ขายของที่ตลาดสดตอนปิดเทอม" ธันวาเล่า
"โอ้โห หลากหลายทีเดียว" หญิงสูงวัยอุทาน "นั่นแหละคือบทเรียนอันมีค่าเลยนะหนุ่มน้อย"
"ผมก็หวังว่างั้นครับคุณป้า บางทีตอนนั้นผมก็เหนื่อยจนท้อ แต่พอมาคิดดู มันสอนให้ผมอดทน เรียนรู้เร็ว และพร้อมที่จะลุย" ธันวาเล่าด้วยความรู้สึกภูมิใจ
"ดีมากเลย! นี่แหละคือทัศนคติที่นักธุรกิจควรมี" หญิงสูงวัยกล่าวชื่นชม "จำไว้นะ ความรู้ทางธุรกิจสามารถเรียนรู้ได้ แต่ความอดทน ความมุ่งมั่น และความสามารถในการปรับตัว มันต้องเกิดจากประสบการณ์"
"ผมเชื่อว่าทุกประสบการณ์ที่ผ่านมา มันคือบทเรียนอันล้ำค่า แม้ในตอนนั้นจะมองไม่เห็นประโยชน์ก็ตาม" ธันวากล่าว
"ถูกต้องที่สุด" หญิงสูงวัยยิ้ม "แล้วมีใครให้ปรึกษาเรื่องธุรกิจบ้างไหม"
"ยังไม่มีใครเลยครับคุณป้า ผมมาคนเดียว" ธันวาตอบเสียงเบา
"ไม่เป็นไรนะ ค่อยๆ สร้างเครือข่ายไป" หญิงสูงวัยให้กำลังใจ "เวลาเจอปัญหา อย่ากลัวที่จะถาม หรือมองหาคนที่เคยผ่านมาก่อน"
"ผมจะจำไว้ครับคุณป้า" ธันวาตอบ
"แล้วพอจะมองหาแหล่งเงินทุนไว้บ้างหรือยัง" หญิงสูงวัยถามคำถามสำคัญ
"เรื่องนั้นผมยังไม่ได้คิดถึงเลยครับคุณป้า ผมคิดว่าตอนนี้ต้องโฟกัสที่การสร้างไอเดียและวางแผนให้ได้ก่อน" ธันวาตอบตามตรง
"ดีแล้วล่ะ การมีไอเดียที่แข็งแกร่งและแผนธุรกิจที่ดี จะช่วยให้เราหาแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น" หญิงสูงวัยกล่าว "อย่าเพิ่งไปกู้หนี้ยืมสินมาทำอะไรโดยที่ยังไม่แน่ใจนะ มันอาจจะเป็นภาระที่หนักเกินไป"
"ขอบคุณมากครับคุณป้า คำแนะนำของคุณป้ามีประโยชน์มากๆ เลยครับ" ธันวารู้สึกโล่งใจที่ได้คุยกับคนที่มีประสบการณ์
"ไม่เป็นไรหรอกหนุ่มน้อย" หญิงสูงวัยยิ้ม "แค่เห็นหนุ่มน้อยมีความฝันและความตั้งใจแบบนี้ ก็ดีใจแล้ว"
รถเมล์ค่อยๆ ชะลอตัวลง ธันวาสังเกตเห็นตึกสูงระฟ้าที่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า มันคือสัญลักษณ์ของโอกาสและความท้าทาย
"ผมลงตรงนี้น่ะครับคุณป้า" ธันวาลุกขึ้นยืน
"โชคดีนะหนุ่มน้อย ขอให้ประสบความสำเร็จตามที่ตั้งใจ" หญิงสูงวัยอวยพร
"ขอบคุณอีกครั้งครับคุณป้า" ธันวาโบกมือลา พร้อมกับความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความหวังและกำลังใจ
เขาเดินออกจากรถเมล์ ก้าวลงสู่ทางเท้าที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ ธันวากำหมัดแน่น สายตาจับจ้องไปยังตึกสูงเบื้องหน้า เขาไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้อะไรง่ายๆ ประสบการณ์การทำงานสารพัดที่ผ่านมา ล้วนหล่อหลอมให้เขาเป็นคนอดทน เรียนรู้เร็ว และพร้อมที่จะลุย
"อีกไม่นานนะครับพ่อแม่ ลูกจะกลับไปหาพร้อมความสำเร็จ" เสียงกระซิบนั้นดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มั่นใจกว่าเดิม มันไม่ใช่แค่ความฝันลมๆ แล้งๆ แต่มันคือเป้าหมายที่ชัดเจน ธันวาหลับตาลง สูดหายใจลึกๆ พยายามรวบรวมสติและความกล้าทั้งหมดที่มี เขารู้ดีว่าเส้นทางข้างหน้ามันไม่ง่ายเลย อาจจะต้องเจออุปสรรคมากมาย เจอกับความผิดหวัง แต่เขาก็พร้อมที่จะสู้ "ผมจะทำให้ได้" เขากล่าวกับตัวเองอย่างแน่วแน่
