จัดส่งฟรีเมื่อสั่ง ฿500+
ธุรกิจครอบครัวพลิกชีวิต
กลับห้องสมุด

ธุรกิจครอบครัวพลิกชีวิต

ธุรกิจ/Startup15 ตอนฟรี
ตอนที่ 1/157%
ตอนที่ 1 — สายเรียกเข้าจากอดีตที่คุ้นเคย

ตอนที่ 1 — สายเรียกเข้าจากอดีตที่คุ้นเคย

ตอนที่ 1 — สายเรียกเข้าจากอดีตที่คุ้นเคย เสียงแจ้งเตือนอีเมลใหม่ดังขึ้นเบาๆ ในความเงียบของออฟฟิศหรูย่านสุขุมวิท นภัสชาเหลือบมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยความเหนื่อยหน่าย วันนี้เป็นอีกวันที่เธอต้องจมอยู่กับกองเอกสารและตัวเลขที่ดูเหมือนจะไม่มีวันสิ้นสุด กลิ่นกาแฟราคาแพงที่เธอเพิ่งจิบไปก็ไม่อาจปลุกเร้าความกระตือรือร้นใดๆ ได้เลย ภาพหน้าร้านของคุณตาคุณยายที่ต่างจังหวัดผุดขึ้นมาในหัวชั่วครู่ ก่อนที่เธอจะสะบัดมันออกไป เธอเลือกแล้วที่จะทิ้งชีวิตในบ้านเกิดที่แสนจะธรรมดา มาสู่เมืองกรุงที่เต็มไปด้วยโอกาสและความท้าทาย “คุณนภัสชาคะ มีสายด่วนจากบ้านค่ะ” เสียงเลขาฯ ดังแทรกเข้ามาในความคิดของเธอ “สายด่วนจากบ้าน? มีอะไรรึเปล่าคะ พี่ปิ่น” นภัสชาถามอย่างแปลกใจ ปกติแล้วจะมีแต่เรื่องจุกจิกจากแม่ ไม่เคยมีคำว่า “สายด่วน” มาก่อน เธอรับสายด้วยความรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ “ฮัลโหล ค่ะแม่” “นภัสชาลูก แม่มีเรื่องจะบอก… คุณตาไม่สบายหนักมากเลย หมอพยายามเต็มที่แล้ว แต่… แต่ดูท่าจะไม่ไหวแล้วนะลูก” เสียงของแม่สั่นเครือเต็มไปด้วยความเศร้าโศก นภัสชารู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่า ร่างกายเธอชาไปหมด คุณตาเป็นที่รักของเธอเสมอ แม้ว่าเธอจะห่างบ้านไปนานแค่ไหนก็ตาม คำพูดต่อมาของแม่ยิ่งทำให้เธอใจหล่นวูบ “แล้วก็… ร้านของเรานะลูก ที่บ้านเราทำกันมาตั้งแต่รุ่นทวดน่ะ… ตอนนี้แย่มากเลยนะลูก เขาว่าอีกไม่นานก็คงต้องปิดแล้ว ไม่มีใครอยากมาซื้อของที่ร้านเราแล้ว ของก็ขายไม่ออก ของก็เก่าเก็บเต็มไปหมด คนแก่แถวนี้ก็ค่อยๆ ย้ายออกไปกันหมดแล้ว” “แย่ขนาดนั้นเลยเหรอคะแม่?” นภัสชาถามเสียงแผ่ว ความรู้สึกผิดตีตื้นขึ้นมาในอก “หมายถึง… มันแย่ถึงขั้นที่จะต้องปิดเลยเหรอคะ” “ใช่ลูก มันแย่จริงๆ ลุงบุญเองก็บอกว่าไม่ไหวแล้ว เขาดูแลร้านมานาน เขาบอกว่าเขาไม่รู้จะทำยังไงต่อแล้ว ถ้าไม่มีใครมาช่วยจริงๆ เราคงต้องยอมรับแล้วล่ะ” แม่ถอนหายใจหนักๆ “แม่ก็แก่แล้วนะลูก แม่คงไม่มีแรงมากพอจะประคับประคองมันไว้คนเดียว” “ลุงบุญ… ลุงบุญยังอยู่กับร้านอยู่เหรอคะ” นภัสชาถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวล “แล้วแกบอกว่าไงบ้างคะ” “ลุงบุญเขาเสียใจมากนะลูก เขาบอกว่าเขาเห็นร้านนี้มาตั้งแต่เด็ก เห็นตาเห็นยายเราดูแลมาอย่างดี เขาไม่อยากให้มันต้องปิดไปแบบนี้ เขาบอกว่าถ้าหนูไม่กลับมาช่วยจริงๆ เขาก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว” แม่เว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง “เขาถามถึงหนูบ่อยๆ นะลูก เขาบอกว่าหนูนี่แหละคือความหวังสุดท้ายของร้าน” นภัสชานั่งนิ่ง ดวงตาจับจ้องไปยังวิวเมืองกรุงเบื้องนอกที่เคยดูน่าตื่นเต้น ตอนนี้มันกลับดูว่างเปล่าเหลือเกิน ร้านขายของชำเล็กๆ ของตระกูลที่เธอเคยคิดว่ามันล้าสมัย มันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเธอ เป็นความทรงจำวัยเด็ก เป็นรากเหง้าที่เธอพยายามจะลืม แต่ตอนนี้มันกำลังจะหายไปตลอดกาล “แม่คะ… คือ… หนูไม่รู้จะพูดอะไรเลยค่ะ” นภัสชาพยายามรวบรวมสติ “หนูไม่เคยคิดว่าเรื่องมันจะมาถึงขนาดนี้” “แม่ก็ไม่คิดเหมือนกันลูก ตอนแรกแม่ก็คิดว่าเราก็แค่ปรับปรุงนิดหน่อย เรื่องมันคงไม่หนักหนาอะไร แต่พอแม่ไปดูบัญชีแล้ว… ยอดขายมันลดลงฮวบฮาบจริงๆ นะลูก แล้วของที่ค้างสต็อกนี่ก็เยอะมากจริงๆ” แม่เสียงสั่นเครือ “เราต้องยอมรับความจริงแล้วนะลูก” “ยอมรับความจริง… หมายถึง… ปิดร้านเลยเหรอคะแม่” นภัสชาถามอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง “แม่ก็ไม่รู้เหมือนกันลูก แม่แค่บอกตามที่ลุงบุญเขาบอก” แม่ถอนหายใจอีกครั้ง “แต่แม่ก็ไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้นนะลูก ร้านนี้คือชีวิตของพวกเรานะ” “แม่คะ… หนูเข้าใจค่ะ” นภัสชาสูดหายใจลึก “หนูจะกลับบ้านค่ะ” “จริงเหรอลูก! โอ๊ย… ดีจังเลยลูก” เสียงของแม่เริ่มมีความหวังขึ้นมา “กลับมานะลูก มาเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้นะ… เราต้องมาดูกันว่าเราจะทำยังไงต่อไป” “ค่ะแม่ หนูจะจัดการเรื่องที่นี่ให้เร็วที่สุด แล้วจะรีบกลับไปค่ะ” นภัสชาตอบรับด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “แม่คะ… แม่กับคุณตาไม่ต้องกังวลนะคะ หนูจะกลับไปช่วย” “ขอบคุณนะลูก ขอบคุณมากจริงๆ” เสียงแม่เต็มไปด้วยความโล่งใจ “แล้ว… เรื่องของคุณตา… ตอนนี้เป็นยังไงบ้างคะ” นภัสชาถามอย่างอ่อนโยน “หมอบอกว่า… ต้องรอดูอาการต่อไปลูก แต่แม่ก็ภาวนาให้ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นนะลูก” “ค่ะแม่ หนูจะภาวนาไปด้วยนะคะ” นภัสชาวางสายลง เธอยังคงนั่งนิ่ง มองออกไปนอกหน้าต่าง โลกใบเดิมที่เคยสดใส ตอนนี้กลับดูมืดมนไปเสียหมด แต่ในใจเธอกลับมีความคิดบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นมา ร้านค้าเล็กๆ แห่งนั้น… มันไม่ใช่แค่ร้านค้า มันคือความทรงจำ มันคือรากเหง้า มันคือสิ่งที่บรรพบุรุษของเธอสร้างมา ถ้ามันกำลังจะหายไปจริงๆ บางที… บางทีเธออาจจะต้องลองมองมันในมุมใหม่ “พี่ปิ่นคะ รบกวนช่วยแจ้งเลื่อนนัดทั้งหมดของดิฉันออกไปก่อนนะคะ แล้วก็… ช่วยเตรียมเอกสารเกี่ยวกับ… การลาพักงานระยะยาวให้ทีค่ะ” นภัสชาหันไปสั่งเลขาฯ ด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นกว่าเดิม “ค่ะคุณนภัสชา” พี่ปิ่นตอบรับอย่างงุนงง แต่ก็รีบไปจัดการตามคำสั่ง นภัสชาก้มลงมองมือของตัวเอง มือที่เคยพิมพ์งาน วางแผนกลยุทธ์ แต่งานเอกสาร ตอนนี้มันอาจจะต้องมาสัมผัสกับถุงปุ๋ย ข้าวสาร แป้ง น้ำตาล… และอีกมากมายที่เธอไม่เคยคิดว่าตัวเองจะได้แตะต้องอีกครั้งในชีวิต เธอลุกขึ้นยืน มองไปยังตู้เซฟใบเล็กที่มุมห้อง “เอาล่ะ… ได้เวลาทบทวนแผนเก่าแล้วสินะ” เธอพึมพำกับตัวเอง นภัสชาเดินไปที่โต๊ะทำงานอีกครั้ง เธอปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เต็มไปด้วยตัวเลขและกราฟต่างๆ แล้วเปิดลิ้นชัก หยิบสมุดบันทึกเล่มหนาออกมา ปกของมันมีตราประทับเก่าๆ ที่เป็นชื่อร้านของเธอ สมุดเล่มนี้เต็มไปด้วยลายมือหวัดๆ ของคุณตา ที่เคยจดบันทึกรายการสินค้า การขาย และ… ความฝันบางอย่างที่เธอไม่เคยเข้าใจมาก่อน “คุณตา… หนูมาแล้วนะคะ” เธอพูดเบาๆ พร้อมรอยยิ้มที่เริ่มฉายแววความมุ่งมั่น “หนูจะกลับไปทวงความทรงจำของเรากลับมา”
ชอบเรื่องนี้? แชร์ให้เพื่อนอ่านด้วย
1 / 15