จัดส่งฟรีเมื่อสั่ง ฿500+
กับดักความคิดที่ทำให้จน
กลับห้องสมุด

กับดักความคิดที่ทำให้จน

จิตวิทยา/พฤติกรรม15 ตอนฟรี
ตอนที่ 1/157%
ตอนที่ 1 — เช็คยอดเงินแล้วแทบช็อก

ตอนที่ 1 — เช็คยอดเงินแล้วแทบช็อก

ตอนที่ 1 — เช็คยอดเงินแล้วแทบช็อก ณัฐยืดเส้นยืดสาย บรรเทาอาการเมื่อยล้าจากการจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์นานเกินไป แสงสีฟ้าสาดส่องสะท้อนแว่นตาหนาเตอะที่ประจำอยู่บนสันจมูกของเขา เสียงแป้นพิมพ์ดังเป็นจังหวะคลอเบาๆ ไปกับเสียงเพลงที่เปิดคลอในห้องทำงานเล็กๆ บรรยากาศยามค่ำคืนที่แสงไฟสลัวๆ สร้างความรู้สึกส่วนตัว เหมาะแก่การสะสางงานที่ค้างคา หรือจะใช้เวลาใคร่ครวญถึงชีวิตตัวเองก็ได้ ณัฐเลือกอย่างหลัง เขาเพิ่งจะอายุ 30 ปีเต็มเมื่อเดือนก่อน และความฝันที่อยากจะมีธุรกิจเป็นของตัวเองก็ยังคงเป็นเพียงความฝันที่ดูห่างไกล เขาทำงานเป็นพนักงานฝ่ายการตลาดในบริษัทแห่งหนึ่ง เงินเดือนก็ไม่ได้น้อย แต่พอถึงสิ้นเดือนทีไร ยอดเงินในบัญชีก็มักจะเหลือน้อยกว่าที่เขาคาดหวังไว้เสมอ “เงินเดือนออกไปไหนหมดนะ?” เป็นคำถามที่ผุดขึ้นมาในหัวเขาแทบทุกเดือน “เฮ้อ ปวดหัวชะมัด” ณัฐพึมพำกับตัวเอง เขาตัดสินใจเปิดแอปพลิเคชันธนาคารบนมือถือ เพื่อเช็คยอดเงินในบัญชีออมทรัพย์ที่เขาตั้งใจจะเก็บไว้เป็นทุนเริ่มต้นสำหรับธุรกิจในฝัน ภาพตัวเลขสีแดงเข้มปรากฏขึ้นบนหน้าจอ ทำให้หัวใจของเขากระตุกวูบ ยอดเงินที่ควรจะอยู่ที่ประมาณหกหลักปลายๆ ตอนนี้กลับเหลือเพียงห้าหลักต้นๆ เท่านั้น มันหายไปไหน? เขาไล่ดูรายการย้อนหลังไปหลายเดือน เห็นแต่รายการใช้จ่ายปกติ ค่าเช่าคอนโด ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าผ่อนรถ ค่ากาแฟแก้วละร้อยกว่าบาทที่ซื้อแทบทุกวัน ค่าซีรีส์ที่สมัครดูไปเรื่อยๆ หรือแม้แต่ของออนไลน์ที่ซื้อมาแล้วแทบไม่ได้ใช้ เหล่านี้รวมกันแล้วมันเยอะขนาดนี้เลยหรือ? “เป็นไปไม่ได้น่า” ณัฐสบถเบาๆ เขาเริ่มเปิดสมุดบัญชีเล่มเก่าที่เก็บไว้ หวังว่าจะเจออะไรที่ช่วยอธิบายความผิดปกตินี้ได้ แต่ยิ่งค้นก็ยิ่งเจอแต่ความว่างเปล่า เขายังจำได้ดีว่าเคยมีเงินเก็บก้อนหนึ่งที่พยายามจะสะสมมาตลอดหลายปีที่ทำงาน แต่ตอนนี้มันดูเหมือนจะระเหยไปกับอากาศเสียส่วนใหญ่ ความรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าอย่างแรงทำให้เขารู้สึกมึนงง เขาเริ่มนึกย้อนไปถึงช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา มีช่วงไหนที่เขาใช้จ่ายเกินตัวเป็นพิเศษหรือเปล่า? มีการลงทุนอะไรที่เขาทำไปแล้วลืมบันทึกไว้หรือเปล่า? ความทรงจำเริ่มตีกันไปมา เขาเคยมีความคิดที่จะลองลงทุนนู่นลงทุนนี่อยู่บ้าง แต่ก็ไม่เคยจริงจังถึงขั้นลงเงินก้อนใหญ่ “พี่ณัฐ ยังไม่กลับเหรอครับ?” เสียงทักจากเบื้องหลังทำให้ณัฐสะดุ้ง เขาหันไปมองเห็น “ต้น” พนักงานฝึกงานที่ยังคงตั้งใจทำงานอยู่ “อ้อ ต้น ยังนิดหน่อยน่ะ กำลังคิดอะไรเพลินๆ เล... เรื่องอะไรครับพี่? ดูเครียดๆ นะ” ต้นเดินเข้ามาใกล้ ยืนมองหน้าจอโทรศัพท์ของณัฐอย่างสงสัย “เปล่า ไม่มีอะไรหรอก แค่... เช็คยอดเงินแล้วตกใจนิดหน่อย” ณัฐพยายามยิ้มให้ดูไม่เป็นไร “ตกใจเรื่องอะไรครับพี่? ได้โบนัสเยอะเหรอ? ดีใจด้วยนะครับ!” ต้นตาเป็นประกาย “เปล่าเลยต้น ยิ่งกว่าโบนัสอีก... คือมันน้อยไปไง น้อยกว่าที่คิดเยอะเลย” ณัฐถอนหายใจ “อ้าวเหรอครับ เสียดายจังเลยครับ ผมนึกว่าพี่จะมีแผนเก็บเงินไปทำธุรกิจแล้วซะอีก” ต้นพูดด้วยสีหน้าผิดหวังเล็กน้อย “นั่นแหละประเด็นเลยต้น คือไอ้เงินเก็บก้อนนั้นน่ะ มันควรจะเยอะกว่านี้ แต่นี่มัน... หายไปไหนไม่รู้” ณัฐเริ่มเล่าปัญหาของตัวเองให้ต้นฟัง “ผมลองไล่ดูรายการใช้จ่ายแล้วนะ ก็มีค่าใช้จ่ายปกติ แต่รวมๆ กันแล้วมันก็เยอะเกินกว่าที่ผมจะคาดคิดไว้ได้เลยนะ” ต้นขมวดคิ้ว “พี่ณัฐเคยลองทำบัญชีรายรับรายจ่ายแบบละเอียดหรือเปล่าครับ? แบบที่ลงทุกบาททุกสตางค์เลยน่ะ” “ไม่เคยเลยต้น ช่วงแรกๆ ที่ทำงานใหม่ๆ ก็เคยคิดจะทำนะ แต่พอเห็นเงินเดือนมันก็พอใช้จ่ายได้สบายๆ เลยคิดว่าไม่จำเป็นเท่าไหร่ แล้วหลังๆ มาก็ยุ่งขึ้นเรื่อยๆ ก็เลยปล่อยผ่านไป” ณัฐตอบอย่างอายๆ “อืม... ผมว่ามันอาจจะเป็นจุดที่พี่พลาดไปนะครับ” ต้นพูดอย่างใจเย็น “การทำบัญชีรายรับรายจ่ายมันไม่ใช่แค่การรู้ว่าเรามีเงินเท่าไหร่ แต่มันคือการที่เราจะเข้าใจว่าเงินของเรามันไหลไปไหนต่างหากครับ” “หมายถึงอะไรเหรอต้น?” ณัฐถามด้วยความสงสัย “ก็อย่างที่พี่ณัฐเห็นเมื่อกี้ไงครับ รายการใช้จ่ายเล็กๆ น้อยๆ ที่เราอาจจะมองข้ามไป เช่น ค่ากาแฟแก้วละร้อยกว่าบาทที่พี่บอก หรือของออนไลน์ที่ซื้อมาแล้วไม่ได้ใช้ ถ้าเราไม่ได้จดบันทึกไว้ เราจะมองไม่เห็นภาพรวมเลยว่าเงินจำนวนเล็กๆ น้อยๆ เหล่านั้นมันรวมกันแล้วมันเยอะขนาดไหน” ต้นอธิบาย “ผมว่าหลายคนก็เป็นแบบพี่ณัฐนะครับ คือมีความฝันอยากจะเก็บเงินเพื่อเป้าหมายบางอย่าง แต่พอไม่มีระบบติดตามที่ชัดเจน สุดท้ายเงินมันก็เลยค่อยๆ หายไปโดยที่เราไม่ทันสังเกต” “แล้วพี่จะทำยังไงดีล่ะ ต้น? เงินมันหายไปแล้วนี่นา” ณัฐถามเสียงเครียด “ก็ต้องเริ่มใหม่ครับพี่” ต้นตอบอย่างมั่นใจ “เราต้องกลับไปสู่พื้นฐานก่อน คือการทำความเข้าใจการเงินของตัวเองให้ได้ก่อน วันนี้พี่ช็อกไปแล้ว ก็ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีนะครับว่าพี่เริ่มตระหนักถึงปัญหาแล้ว” “สัญญาณที่ดีเหรอ? ฉันว่ามันเป็นสัญญาณเตือนภัยมากกว่านะ” ณัฐพูดประชด “ก็ใช่น่ะสิครับสัญญาณเตือนภัยที่ทำให้เราต้องรีบลงมือทำอะไรสักอย่างก่อนที่จะสายเกินไป” ต้นยิ้ม “ลองเริ่มจากการจดบันทึกรายจ่ายทุกอย่างเลยนะครับ ไม่ว่ามันจะเล็กน้อยแค่ไหน แล้วก็ลองจัดกลุ่มหมวดหมู่การใช้จ่ายดู เช่น อาหาร เครื่องดื่ม ค่าเดินทาง ค่าบันเทิง ค่าช้อปปิ้ง แล้วเราจะได้เห็นว่าส่วนไหนที่เราใช้จ่ายเยอะเกินความจำเป็นไป” “แล้วถ้าเจอส่วนที่ใช้เยอะเกินไปล่ะ?” ณัฐถาม “ก็ต้องมานั่งคุยกันครับพี่ ว่าเราจะลดตรงไหนได้บ้าง หรือจะเลิกตรงไหนได้บ้าง มันไม่ใช่เรื่องของการบังคับตัวเองให้ลำบากนะครับ แต่มันคือการที่เราต้องเลือก ว่าเราจะยอมเสียสละความสุขเล็กๆ น้อยๆ บางอย่างในวันนี้ เพื่อแลกกับความสุขที่ยิ่งใหญ่กว่าในอนาคต” ต้นพูดพลางยกตัวอย่าง “อย่างกาแฟแก้วละร้อยกว่าบาท ถ้าพี่ลองลดลงสักอาทิตย์ละ 2-3 แก้ว ก็ประหยัดไปได้หลายร้อยบาทแล้วนะครับ ถ้าเทียบเป็นปีๆ ก็เป็นเงินก้อนใหญ่เลยนะ” “จริงด้วยแฮะ” ณัฐเริ่มคิดตาม “แล้วเรื่องของออนไลน์ที่ซื้อมาแล้วไม่ได้ใช้อีกล่ะ” “อันนั้นก็เหมือนกันครับพี่ ต้องหักห้ามใจนิดนึงก่อนซื้อ ลองถามตัวเองว่า ‘เราจำเป็นต้องมีสิ่งนี้จริงๆ ไหม?’ ‘เราจะใช้มันบ่อยแค่ไหน?’ ถ้าคำตอบคือไม่แน่ใจ หรือไม่ค่อยได้ใช้ ก็ควรจะเก็บเงินก้อนนั้นไว้ก่อนครับ” ต้นอธิบาย “พี่ว่าการทำธุรกิจมันก็ต้องมีวินัยทางการเงินเหมือนกันนะ” ณัฐพยักหน้า “ใช่ครับพี่ การทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จมันต้องมาจากพื้นฐานทางการเงินที่มั่นคงก่อน ถ้าเรายังบริหารเงินส่วนตัวให้ดีไม่ได้ มันก็ยากที่จะไปบริหารเงินของธุรกิจได้” ต้นเสริม “แล้วถ้าพี่อยากจะเริ่มทำธุรกิจจริงๆ จังๆ ตอนนี้ล่ะ ต้น?” ณัฐถามด้วยความหวัง “ถ้าอย่างนั้น พี่ณัฐต้องตั้งเป้าหมายทางการเงินให้ชัดเจนเลยครับ ว่าอยากจะมีเงินทุนเท่าไหร่ แล้วจะต้องเก็บเงินเพิ่มเดือนละเท่าไหร่ แล้วก็ต้องวางแผนว่าจะลดรายจ่ายส่วนไหนได้บ้าง อะไรคือสิ่งที่เรายอมเสียสละได้ อะไรคือสิ่งที่เราต้องมี เป็นการจัดลำดับความสำคัญครับ” ต้นให้คำแนะนำ “มันเหมือนกับการที่เราต้องมีแผนที่ในการเดินทางน่ะครับพี่ ถ้าไม่มีแผนที่ เราก็อาจจะหลงทาง หรือไปไม่ถึงจุดหมายที่เราต้องการ” “ฟังดูเหมือนจะง่าย แต่ทำจริงๆ คงยากสินะ” ณัฐพูดอย่างกังวล “มันไม่ง่ายครับพี่ แต่ก็ไม่ได้ยากเกินไปถ้าเราตั้งใจจริง และมีเป้าหมายที่ชัดเจนครับ” ต้นยิ้มให้กำลังใจ “สิ่งที่พี่ณัฐเจอวันนี้ ถือเป็นโอกาสที่ดีที่สุดที่จะทำให้พี่ได้ทบทวนและปรับปรุงเรื่องการเงินของตัวเองนะครับ” ณัฐมองต้นด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวัง “ขอบคุณมากนะ ต้น คำแนะนำของนายมีค่ามากจริงๆ” “ไม่เป็นไรครับพี่ ผมดีใจที่ได้ช่วยเหลือครับ” ต้นตอบ “งั้นพี่จะลองกลับไปทำบัญชีรายรับรายจ่ายดูนะ แล้วก็ลองวางแผนเรื่องการเงินใหม่” ณัฐตัดสินใจ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดแอปจดบันทึก “เอาล่ะ วันนี้จะเริ่มจดทุกอย่างเลย!” เสียงแป้นพิมพ์กลับมาดังอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ได้มีแค่เสียงเพลง แต่ยังมีเสียงแห่งความตั้งใจที่ดังขึ้นมาพร้อมกัน
ชอบเรื่องนี้? แชร์ให้เพื่อนอ่านด้วย
1 / 15