M&A: ควบรวมกิจการเพื่อการเติบโต

ตอนที่ 1/50 · 2% · อ่าน ~16 นาที

ตอนที่ 1 — ความหมายและประเภท M&A

อ่านประมาณ 16 นาที

ตอนที่ 1 — ความหมายและประเภท M&A

M&A หรือ Mergers and Acquisitions หรือที่ในภาษาไทยเรียกว่า การควบรวมและซื้อกิจการ เป็นกลยุทธ์สำคัญที่ธุรกิจใช้เพื่อเร่งการเติบโต ขยายตลาด หรือเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน การทำความเข้าใจความหมายและประเภทของ M&A เป็นก้าวแรกที่สำคัญสำหรับนักธุรกิจที่ต้องการนำกลยุทธ์นี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ความหมายของ M&A

M&A หมายถึง การรวมธุรกิจสองแห่งเข้าด้วยกัน โดยอาจเป็นการรวมกันอย่างสมัครใจ (Merger) ซึ่งสองบริษัทที่มีขนาดใกล้เคียงกันจะรวมกันเป็นบริษัทใหม่ หรือบริษัทหนึ่งอาจเข้าซื้ออีกบริษัทหนึ่ง (Acquisition) โดยบริษัทที่เข้าซื้อจะกลายเป็นเจ้าของและควบคุมบริษัทที่ถูกซื้อกิจการทั้งหมด หรือส่วนใหญ่

ประเภทของ M&A

เราสามารถแบ่งประเภทของ M&A ได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับลักษณะความสัมพันธ์ของธุรกิจที่เกี่ยวข้อง:

1. การควบรวมแนวนอน (Horizontal Merger): เป็นการรวมกิจการระหว่างบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน และดำเนินธุรกิจในลักษณะเดียวกัน หรือเป็นคู่แข่งกันโดยตรง ตัวอย่างเช่น บริษัทผู้ผลิตรถยนต์สองรายรวมกัน หรือเครือข่ายร้านกาแฟสองแห่งรวมกัน ข้อดีคือช่วยเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด ลดการแข่งขัน และสร้าง Economies of Scale (การประหยัดต่อขนาด) ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยลดลง

2. การควบรวมแนวตั้ง (Vertical Merger): เป็นการรวมกิจการระหว่างบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน แต่มีลักษณะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกันในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) โดยอาจเป็นการรวมธุรกิจต้นน้ำ (Supplier) เข้ากับธุรกิจปลายน้ำ (Customer) หรือการรวมธุรกิจที่อยู่ในขั้นตอนต่างๆ ของกระบวนการผลิต ตัวอย่างเช่น บริษัทผลิตรถยนต์ซื้อโรงงานผลิตยางรถยนต์ หรือบริษัทผลิตเสื้อผ้าซื้อโรงงานทอผ้า การรวมแบบนี้ช่วยควบคุมคุณภาพวัตถุดิบ ลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มประสิทธิภาพในห่วงโซ่อุปทาน

3. การควบรวมแบบเกี่ยวเนื่อง (Conglomerate Merger): เป็นการรวมกิจการระหว่างบริษัทที่ดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกันในเชิงธุรกิจ หรือห่วงโซ่อุปทาน ตัวอย่างเช่น บริษัทผลิตอาหารซื้อบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ หรือบริษัทเทคโนโลยีซื้อกิจการบริษัทบันเทิง การรวมแบบนี้มักมีเป้าหมายเพื่อกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ เข้าสู่ตลาดใหม่ๆ หรือใช้ประโยชน์จากการบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

4. การควบรวมแบบขยายกิจการ (Congeneric Merger หรือ Concentric Merger): เป็นการรวมกิจการระหว่างบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน หรือมีความเกี่ยวข้องกันในลักษณะใดลักษณะหนึ่ง แต่ไม่ได้เป็นคู่แข่งโดยตรง และไม่ได้อยู่ในห่วงโซ่อุปทานเดียวกัน อาจเป็นการรวมบริษัทที่มีผลิตภัณฑ์ หรือบริการที่เสริมกัน ตัวอย่างเช่น ธนาคารที่ให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคล ซื้อกิจการบริษัทประกัน หรือบริษัทผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค ซื้อกิจการบริษัทผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์บางประเภท การรวมแบบนี้ช่วยขยายฐานลูกค้า เพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ และสร้างโอกาสในการขายพ่วง (Cross-selling)

ตัวอย่างกรณีศึกษา:

บริษัท Grab ได้เข้าซื้อกิจการ Uber ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปี 2018 ถือเป็นการควบรวมแนวนอน (Horizontal Merger) ที่สำคัญ เนื่องจากทั้งสองบริษัทเป็นผู้ให้บริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันในตลาดเดียวกัน การซื้อกิจการครั้งนี้ทำให้ Grab กลายเป็นผู้นำตลาดอย่างชัดเจน และสามารถขยายบริการไปยังธุรกิจอื่นๆ เช่น การส่งอาหาร (GrabFood) และการชำระเงินดิจิทัล (GrabPay) ได้อย่างรวดเร็ว

การเข้าใจความแตกต่างของประเภท M&A เหล่านี้ จะช่วยให้ผู้บริหารสามารถเลือกกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับเป้าหมายทางธุรกิจของตนเอง และวางแผนกระบวนการ M&A ได้อย่างมีทิศทางและมีประสิทธิภาพมากขึ้นในตอนต่อไป เราจะเจาะลึกถึงเหตุผลสำคัญที่ทำให้ธุรกิจเลือกใช้กลยุทธ์ M&A เพื่อการเติบโต

1 / 50
M&A: ควบรวมกิจการเพื่อการเติบโต
ฟรี

M&A: ควบรวมกิจการเพื่อการเติบโต

บริหารธุรกิจ/กลยุทธ์50 ตอน 4.9
ความคืบหน้า2%
แชร์: