ตอนที่ 1 — ความหมายของ Disruption
บทที่ 1: ความหมายของ Disruption
ในโลกธุรกิจยุคปัจจุบัน คำว่า “Disruption” หรือ
“การพลิกผัน”
ได้กลายเป็นหัวข้อสนทนาสำคัญที่นักธุรกิจ ผู้บริหาร และผู้ประกอบการต่างให้ความสนใจอย่างมาก ไม่ใช่เพียงกระแสแฟชั่น แต่เป็นปรากฏการณ์ที่กำลังเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของอุตสาหกรรมต่างๆ ไปอย่างสิ้นเชิง Disruption ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดีขึ้นเท่านั้น แต่คือการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่เข้ามาทดแทนผลิตภัณฑ์หรือบริการที่มีอยู่เดิม ทำให้ตลาดเดิมต้องปรับตัว หรือถึงขั้นล่มสลายไปในที่สุด
ต้นกำเนิดของแนวคิด Disruption ที่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง มาจากศาสตราจารย์ Clayton Christensen แห่ง Harvard Business School ในหนังสือ
“The Innovator's Dilemma”
เขาได้อธิบายว่า Disruption มักเริ่มต้นจากตลาดระดับล่าง (low-end market) หรือตลาดใหม่ (new market) ที่ธุรกิจรายใหญ่ซึ่งมุ่งเน้นตลาดบน (high-end market) มักมองข้ามไป นวัตกรรมที่เข้ามาพลิกผันเหล่านี้ มักจะเริ่มต้นด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการที่เรียบง่ายกว่า ราคาถูกกว่า หรือเข้าถึงง่ายกว่า ทำให้กลุ่มลูกค้าที่เคยเข้าไม่ถึงบริการเดิม สามารถเข้าถึงได้ และเมื่อเวลาผ่านไป นวัตกรรมเหล่านั้นจะได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น จนสามารถเข้ามาแข่งขันและแทนที่ผลิตภัณฑ์หรือบริการเดิมในตลาดหลักได้ในที่สุด
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ วงการถ่ายภาพ เมื่อก่อนเราคุ้นเคยกับกล้องฟิล์มและกระบวนการล้างฟิล์ม แต่เมื่อกล้องดิจิทัลปรากฏตัวขึ้น มันเริ่มต้นจากการมีความละเอียดต่ำกว่า คุณภาพไม่เท่ากล้องฟิล์ม แต่มีข้อดีคือ ไม่ต้องใช้ฟิล์ม ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการล้าง และสามารถดูภาพได้ทันที ทำให้ได้รับความนิยมในตลาดผู้บริโภคทั่วไป ก่อนจะพัฒนาคุณภาพจนกล้องฟิล์มต้องหายไปจากตลาดในที่สุด
Disruption จึงไม่ใช่แค่ภัยคุกคาม แต่คือโอกาสสำหรับผู้ที่พร้อมจะมองเห็นและคว้ามันไว้ การเข้าใจความหมายที่แท้จริงของ Disruption คือก้าวแรกที่สำคัญที่สุดในการเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง และพลิกวิกฤตให้กลายเป็นโอกาสใหม่ๆ ในธุรกิจของคุณ
