สมองทองคำ: สร้างเศรษฐีในตัวคุณ

ตอนที่ 1/40 · 3% · อ่าน ~36 นาที

ตอนที่ 1 — ความฝันของต้นกล้าใต้เงาตึกระฟ้า

อ่านประมาณ 36 นาที

เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นราวกับฟ้าผ่าในความเงียบสงัดของเช้าวันจันทร์ ต้นกล้าสะดุ้งตื่น ลืมตาขึ้นมามองเพดานห้องเช่าโทรมๆ ที่คุ้นเคย แสงแดดยามเช้าลอดผ่านผ้าม่านบางๆ ส่องให้เห็นฝุ่นละอองที่ลอยคว้างอยู่ในอากาศ กลิ่นอับชื้นของห้องพักและกลิ่นกาแฟสำเร็จรูปที่ชงค้างคืนลอยปะปนกันอยู่ เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงชีวิตประจำวันอันแสนจำเจของมนุษย์เงินเดือนคนหนึ่ง

"อีกแล้วสินะ... วันจันทร์"

ต้นกล้าพึมพำกับตัวเอง เสียงแหบพร่าจากการอดนอนเล็กน้อย เขาไม่ใช่คนขี้เกียจ เขาขยัน อดทน และทำงานหนักมาตลอดเจ็ดปีนับตั้งแต่เรียนจบปริญญาตรี สาขาการบัญชี และได้เข้ามาทำงานที่บริษัทบัญชีชั้นนำแห่งหนึ่งใจกลางเมืองกรุงเทพฯ เงินเดือนของเขาคงที่ ไม่มากไม่น้อยพอให้ประทังชีวิตไปวันๆ แต่ก็ห่างไกลจากคำว่า

"ร่ำรวย" หรือ

"อิสระทางการเงิน" เหลือเกิน

เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู ตรวจเช็คอีเมลที่ส่งมาจากหัวหน้างาน และแอปพลิเคชันธนาคารเพื่อเช็คยอดเงินในบัญชี ตัวเลขสีแดงที่ปรากฏบนหน้าจอทำให้หัวใจเขาห่อเหี่ยวทุกครั้งที่ได้เห็น เดือนนี้ก็เช่นกัน ค่าใช้จ่ายที่ถาโถมเข้ามา ทั้งค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเดินทาง ค่าอาหาร และหนี้ผ่อนรถมอเตอร์ไซค์คันเก่าที่เขาใช้เป็นพาหนะคู่ใจ ทำให้ยอดเงินที่เหลือแทบไม่พอสำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็นบางอย่าง

"โอย... เมื่อไหร่ชีวิตจะดีขึ้นบ้างนะ"

ต้นกล้าถอนหายใจยาว เขาฝันถึงชีวิตที่แตกต่างออกไป ไม่ใช่วันเวลาที่ต้องนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ ป้อนข้อมูลตัวเลขซ้ำๆ จนปวดตา และรอคอยเงินเดือนออกปลายเดือน เขาอยากมีอิสระ อยากใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองต้องการ อยากมีเงินมากพอที่จะดูแลครอบครัวที่ต่างจังหวัดได้ดีขึ้น อยากไปเที่ยวรอบโลก อยากปลดเกษียณตั้งแต่อายุยังน้อย แต่ความเป็นจริงมันช่างโหดร้าย

เขาเดินไปที่ห้องน้ำ ล้างหน้าล้างตา มองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก ใบหน้าซีดเซียว ดวงตาที่ดูเหนื่อยล้าบ่งบอกถึงความกดดันและภาระที่แบกรับอยู่ เขาไม่ใช่คนหน้าตาดี หล่อเหลาอะไรนัก แต่ก็ดูดีในแบบของคนธรรมดาๆ เขาพยายามดูแลตัวเองเท่าที่กำลังทรัพย์จะเอื้ออำนวย แต่ดูเหมือนว่าความพยายามนั้นจะยังไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงชะตากรรม

"ต้นกล้า! ลงมาทานข้าวได้แล้ว!" เสียงคุณแม่จากชั้นล่างดังขึ้นปลุกให้เขาหลุดจากภวังค์

"ครับแม่!"

ต้นกล้าร้องตอบ ก่อนจะรีบแต่งตัว เขาเลือกชุดที่สะอาดที่สุดเท่าที่มี เสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบๆ กางเกงสแลคสีดำ รองเท้าหนังที่ซื้อมาเมื่อสามปีก่อนยังคงสภาพดีอยู่ เขาหยิบกระเป๋าเอกสารขึ้นมา ใบเก่าที่ใช้มานานจนหนังเริ่มลอก แต่ก็ยังทนทานพอที่จะใส่เอกสารสำคัญต่างๆ ไปทำงานได้

ระหว่างทางลงบันได ต้นกล้าคิดถึงเรื่องการเงินของตัวเองอย่างหนัก เขาพยายามศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการลงทุนมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา อ่านหนังสือการเงินบ้าง ดูคลิปวิดีโอสอนการลงทุนใน YouTube บ้าง แต่ทุกครั้งที่เขาคิดจะเริ่มต้นลงทุน เขาก็จะรู้สึกกลัวขึ้นมาทันที

"ถ้าลงทุนแล้วขาดทุนล่ะ? เงินเก็บทั้งชีวิตจะหายไปหมดเลยไหม?"

ความคิดนี้วนเวียนอยู่ในหัวเสมอ ยิ่งเขาเห็นข่าวเรื่องการล้มละลายของนักลงทุนบางคน หรือข่าวการปั่นหุ้น เขาก็ยิ่งรู้สึกหวาดผวา เขาเป็นคนระมัดระวังตัวสูง ไม่ชอบความเสี่ยง และการลงทุนก็ดูเหมือนจะเป็นการกระโดดลงไปในเหวลึกโดยไม่รู้ว่าข้างล่างมีอะไร

"กินข้าวเสร็จแล้วก็รีบไปทำงานนะลูก เดี๋ยวจะสาย" คุณแม่ยื่นจานข้าวผัดที่หอมกรุ่นมาให้ต้นกล้า

"วันนี้มีไข่เยอะหน่อยนะลูก จะได้มีแรงทำงาน"

"ขอบคุณครับแม่"

ต้นกล้าก้มหน้าก้มตาทานข้าวอย่างรวดเร็ว เขาไม่อยากให้แม่เป็นห่วง เขารู้ว่าแม่ภูมิใจในตัวเขาที่ได้ทำงานในบริษัทใหญ่โต และมีรายได้ที่มั่นคง แม้ว่าสำหรับเขาแล้ว มันจะยังไม่มั่นคงพอที่จะทำให้ฝันของเขาเป็นจริงก็ตาม

หลังจากทานข้าวเสร็จ ต้นกล้าก็ก้มลงกราบเท้าคุณแม่ตามธรรมเนียม ก่อนจะรีบออกจากบ้าน วันนี้อากาศค่อนข้างร้อน เขาจึงรีบสตาร์ทรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจ มุ่งหน้าสู่ใจกลางเมืองที่เต็มไปด้วยตึกสูงเสียดฟ้า

การเดินทางในแต่ละวันเป็นเหมือนการต่อสู้กับมลภาวะและสภาพการจราจรที่ติดขัด ต้นกล้าใช้เวลากว่าหนึ่งชั่วโมงกว่าจะถึงที่ทำงาน เขาต้องเผชิญกับควันพิษ เสียงแตรรถที่ดังสนั่น และความเหนื่อยล้าจากการขับขี่ แต่เขาก็ต้องทำ เขาไม่มีทางเลือกอื่น

เมื่อมาถึงออฟฟิศ ต้นกล้าก็ทักทายเพื่อนร่วมงานตามปกติ เขาเป็นคนอัธยาศัยดี ยิ้มแย้มแจ่มใส แต่ลึกๆ แล้ว เขากลับรู้สึกว่างเปล่า ทุกครั้งที่เขาเห็นเพื่อนร่วมงานคุยกันเรื่องผ่อนบ้าน ผ่อนรถ หรือเรื่องการวางแผนการเงินสำหรับบั้นปลายชีวิต เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองกำลังเดินผิดทาง

"ต้นกล้า มานี่หน่อย"

เสียงหัวหน้างานที่ชื่อคุณสมชายดังขึ้น ต้นกล้าเดินตามเสียงไปอย่างรวดเร็ว

"ครับคุณสมชาย"

"นี่คือรายงานสรุปยอดขายประจำไตรมาสที่แล้วนะ ฉันอยากให้คุณช่วยตรวจสอบตัวเลขอีกครั้ง โดยเฉพาะรายการค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงในช่วงเดือนสุดท้าย" คุณสมชายยื่นแฟ้มเอกสารให้ต้นกล้า

"ครับผม จะรีบจัดการให้ครับ"

ต้นกล้าตอบรับ เขาหยิบแฟ้มเอกสารมา พลิกดูตัวเลขอย่างรวดเร็ว เขามีหน้าที่ตรวจสอบบัญชีของบริษัท ทำให้เขาเห็นภาพรวมของธุรกิจ และรู้ว่าบริษัทกำลังมีปัญหากับเรื่องค่าใช้จ่ายที่ควบคุมได้ยาก

"ช่วงนี้ผมเห็นคุณดูเครียดๆ นะต้นกล้า มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า?" คุณสมชายถามด้วยความเป็นห่วง

"เปล่าครับคุณสมชาย แค่... งานเยอะนิดหน่อยครับ"

ต้นกล้าโกหกอย่างแนบเนียน เขาไม่สามารถบอกความจริงได้ว่าเขากำลังรู้สึกสิ้นหวังกับชีวิต และกำลังสงสัยว่าเขาจะสามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้บ้าง

"ถ้ามีอะไรก็บอกผมนะ ต้นกล้า คุณเป็นพนักงานที่ดีคนหนึ่งของบริษัท" คุณสมชายตบบ่าต้นกล้าเบาๆ ก่อนจะเดินจากไป

ต้นกล้ารู้สึกขอบคุณสำหรับความหวังดีของคุณสมชาย แต่เขาก็รู้ดีว่าปัญหาที่เขากำลังเผชิญไม่ใช่แค่เรื่องงาน แต่มันคือเรื่องของชีวิตทั้งชีวิต เขาทำงานหนักเพื่อใคร? เพื่อใครกันแน่? เพื่อบริษัท? เพื่อเงินเดือนที่ต้องประหยัดทุกบาททุกสตางค์? หรือเพื่อความฝันอันเลือนรางที่เขากำลังไล่ตาม?

ตลอดทั้งวัน ต้นกล้าหมกมุ่นอยู่กับตัวเลขและเอกสาร เขามองเห็นแต่ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นและลดลง เห็นกระแสเงินสดที่ไหลเข้าไหลออก แต่เขากลับมองไม่เห็นกระแสเงินสดที่จะไหลเข้ากระเป๋าตัวเองในปริมาณที่มากพอ เขาพยายามคิดหาวิธีที่จะประหยัดค่าใช้จ่ายให้ได้มากกว่านี้ แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีช่องว่างให้ประหยัดได้อีกแล้ว

"หรือว่าเราต้องหาอาชีพเสริม?"

ความคิดนี้ผุดขึ้นมาในหัวอีกครั้ง เขามองไปรอบๆ ออฟฟิศ เพื่อนร่วมงานบางคนก็รับงานฟรีแลนซ์ หรือขายของออนไลน์ แต่ต้นกล้าไม่รู้ว่าตัวเองจะทำอะไรได้บ้าง เขาถนัดแค่งานบัญชี และงานบัญชีก็เป็นงานที่ต้องใช้สมาธิสูง ไม่เหมาะที่จะทำในเวลาว่าง

"ถ้าเรามีความรู้เรื่องการลงทุนเยอะๆ ก็คงจะดี"

ต้นกล้าคิด เขามองไปยังหนังสือการเงินเล่มหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะของเพื่อนร่วมงาน

"แต่จะไปหาความรู้พวกนี้มาจากไหนกัน?"

เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดแอปพลิเคชันโซเชียลมีเดีย เลื่อนดูโพสต์ต่างๆ เห็นเพื่อนๆ อวดรูปเที่ยว รูปกินหรูๆ หรือรูปสินค้าแบรนด์เนมที่เพิ่งซื้อมา เขาอดที่จะเปรียบเทียบกับชีวิตตัวเองไม่ได้ ความรู้สึกอิจฉาปนกับความท้อแท้ถาโถมเข้ามา

"ทำไมชีวิตคนเรามันถึงแตกต่างกันได้ขนาดนี้นะ?" เขาถามตัวเอง

เย็นวันนั้น หลังจากเลิกงาน ต้นกล้าก็ไม่ได้รีบกลับบ้านเหมือนทุกที เขาเดินออกมาจากออฟฟิศ และเดินเรื่อยเปื่อยไปตามท้องถนนที่กำลังพลุกพล่านไปด้วยผู้คน เขาเดินผ่านร้านอาหารหรู ร้านเสื้อผ้าแบรนด์เนม และบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ตั้งตระหง่าน ต้นกล้าหยุดยืนมองตึกสูงระฟ้าแห่งหนึ่ง ที่มีโลโก้บริษัทที่เขาคุ้นเคย ชื่อว่า

"อัครพล กรุ๊ป" เป็นบริษัทที่เขาเคยได้ยินชื่อเสียงในวงการธุรกิจและการลงทุน

"บริษัทนี้คงจะมีคนรวยๆ ทำงานอยู่เยอะเลยสินะ"

ต้นกล้าคิด เขาจินตนาการถึงผู้บริหารระดับสูงของบริษัทที่คงจะมีชีวิตสุขสบาย มีเงินทองมากมายใช้ไม่หมด

ขณะที่เขากำลังยืนเหม่อมองตึกนั้น สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นแผ่นป้ายเล็กๆ ที่ติดอยู่บริเวณทางเข้าอาคาร เขียนว่า

"งานสัมมนาฟรี! ปลดล็อกศักยภาพสมอง สร้างเศรษฐีในตัวคุณ"

"สัมมนาฟรี? ปลดล็อกศักยภาพสมอง? สร้างเศรษฐี?"

ต้นกล้าอ่านข้อความนั้นซ้ำๆ ด้วยความสงสัย แต่ก็มีความรู้สึกบางอย่างที่ดึงดูดเขาให้เข้าไปใกล้

"งานสัมมนาอะไรกันนะ" เขาพึมพำกับตัวเอง

"น่าสนใจดีแฮะ"

เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปแผ่นป้ายนั้นไว้ พร้อมกับหมายเลขโทรศัพท์ที่อยู่ด้านล่าง เพื่อจะลองโทรไปสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ต้นกล้าไม่เคยสนใจงานสัมมนาแบบนี้มาก่อน เพราะคิดว่าคงเป็นพวกขายคอร์สแพงๆ หรือหลอกลวง แต่ครั้งนี้ทำไมเขาถึงรู้สึกอยากรู้ อยากลองไปฟังดูสักครั้ง

"บางที... อาจจะมีอะไรบางอย่างที่เปลี่ยนแปลงชีวิตเราได้จริงๆ ก็ได้"

ความหวังเล็กๆ เริ่มผุดขึ้นมาในใจของต้นกล้าอีกครั้ง เขาไม่รู้ว่าการตัดสินใจในครั้งนี้จะนำพาเขาไปสู่เส้นทางแบบไหน แต่เขาก็รู้สึกว่านี่อาจจะเป็นโอกาสเดียวที่เขาจะมี

เขาเดินจากอาคารอัครพล กรุ๊ป มาด้วยความคิดที่ฟุ้งซ่าน เกี่ยวกับสัมมนา และเกี่ยวกับชีวิตของเขาเอง เขาไม่รู้ว่าชีวิตมนุษย์เงินเดือนที่แสนธรรมดาของเขา กำลังจะถูกพลิกผันไปตลอดกาลหรือไม่

1 / 40
Mindset

สมองทองคำ: สร้างเศรษฐีในตัวคุณ

BizBook168
ฟรี

สมองทองคำ: สร้างเศรษฐีในตัวคุณ

Mindset/พัฒนาตัวเอง40 ตอน 4.5
ความคืบหน้า3%
แชร์: