สมดุลชีวิต: ความสุขที่ยั่งยืน

ตอนที่ 1/37 · 3% · อ่าน ~31 นาที

ตอนที่ 1 — วังวนแห่งความสำเร็จที่ไร้รสชาติ

อ่านประมาณ 31 นาที

แสงไฟนีออนสีขาวสว่างจ้าสะท้อนบนผิวกระจกใสของตึกระฟ้าสูงเสียดฟ้า กานต์ยืนมองวิวเมืองยามค่ำคืนจากมุมห้องทำงานชั้นบนสุด ฝีมือการออกแบบภายในเรียบหรู สะอาดตา ทว่ากลับให้ความรู้สึกว่างเปล่า ราวกับเจ้าของห้องที่กำลังยืนอยู่ตรงนี้

เขาถอนหายใจยาว ท่ามกลางเสียงคีย์บอร์ดที่ดังระงมจากพนักงานที่ยังคงทำงานอยู่เบื้องล่าง แม้จะเลยเวลาเลิกงานมานานแล้วก็ตาม กานต์ในวัย 35 ปี คือภาพลักษณ์ของความสำเร็จตามนิยามของสังคมทั่วไป เขามีตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงในบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ มีรายได้ที่มากพอจะซื้อทุกอย่างที่ต้องการ มีชื่อเสียงในแวดวงธุรกิจ และที่สำคัญที่สุด เขาคือคนที่ทำให้บริษัทเติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

แต่ภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวที่รีดจนเรียบกริบ และเนคไทเส้นเล็กที่ผูกอย่างประณีต ใบหน้าคมคายของเขากลับฉายแววเหนื่อยล้า ดวงตาสีเข้มที่เคยเฉียบคม ตอนนี้กลับดูหมองหม่นไร้ประกาย มือข้างหนึ่งกำแก้วกาแฟเย็นที่เย็นชืดจนแทบจะแข็งเป็นน้ำแข็ง อีกข้างหนึ่งลากเมาส์ไปมาอย่างเชื่องช้าเหนือแผ่นรองเม้าส์ที่สลักชื่อบริษัทเอาไว้

"กานต์คะ โปรเจกต์ 'นิวสกาย' มีอัปเดตจากทีมญี่ปุ่นมาค่ะ"

เสียงหวานของเลขาสาว ดังขึ้นผ่านอินเตอร์คอม กานต์กระพริบตาช้าๆ ราวกับเพิ่งตื่นจากภวังค์

"ขอไฟล์มาที่อีเมลผมได้เลยครับ คุณพลอย"

"ค่ะ"

เสียงตอบรับสั้นๆ ดังขึ้น ก่อนจะเงียบไป กานต์วางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะทำงานไม้โอ๊คขัดเงา เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู แบตเตอรี่ใกล้จะหมด หน้าจอแสดงข้อความจำนวนมากที่ยังไม่ได้อ่าน ทั้งจากเพื่อนร่วมงาน ลูกค้า และ... จากแม่

เขาเลื่อนดูข้อความจากแม่ผ่านๆ "ลูกยังไม่กลับบ้านอีกเหรอ? วันอาทิตย์นี้แม่ว่าจะชวนไปทานข้าวที่บ้านนะ คิดถึงลูกจัง" เขาอ่านข้อความนั้นซ้ำๆ แต่ก็ไม่มีแรงจะพิมพ์ตอบกลับไปในทันที

ชีวิตของกานต์ถูกเติมเต็มไปด้วยตัวเลข กำไร ขาดทุน การแข่งขัน และการตัดสินใจที่ต้องเฉียบขาดทุกวินาที เขาใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในออฟฟิศ ประชุมจนปากแห้ง พบปะลูกค้าจนเหนื่อยอ่อน เดินทางไปต่างประเทศบ่อยครั้งจนแทบจะจำได้ว่าบ้านอยู่เมืองไหนจริงๆ

"ผลประกอบการไตรมาสนี้ดีเยี่ยมเลย กานต์! เราทำได้จริงๆ"

เสียงหัวหน้าของเขาเคยเอ่ยชมเมื่อสองสัปดาห์ก่อน กานต์ยิ้มรับอย่างมืออาชีพ แต่ในใจกลับรู้สึกว่างเปล่า รางวัลที่ได้รับ คือโบนัสก้อนโต หรือคำชมเชยจากผู้บริหารระดับสูง กลับไม่ได้เติมเต็มความรู้สึกเหนื่อยล้าที่กัดกินอยู่ภายใน

เขาก้าวออกจากห้องทำงานไปยังระเบียงกว้าง มองลงไปยังถนนเบื้องล่าง รถราที่เคลื่อนตัวกันเป็นสายเหมือนมด ส่องแสงไฟหลากสีสัน ผู้คนเหล่านั้นกำลังจะไปไหน? กำลังจะกลับบ้าน? กำลังจะไปหาคนที่รัก? หรือกำลังจะไปเริ่มต้นชีวิตการทำงานอีกวัน?

"คุณกานต์คะ"

เสียงเล็กๆ ดังมาจากด้านหลัง เขาหันไปมอง พบกับคุณลดา พนักงานฝ่ายบุคคลที่มักจะแวะเวียนมาสอบถามความเห็นเรื่องสวัสดิการพนักงานอยู่เสมอ

"ยังไม่กลับอีกเหรอคะ ดึกแล้วนะคะ"

"กำลังจะกลับครับคุณลดา" กานต์ตอบ พยายามปรับน้ำเสียงให้ฟังดูสดใสกว่าที่เป็นจริง

"มีอะไรให้ผมช่วยอีกไหมครับ"

คุณลดาเดินเข้ามาใกล้ ยื่นซองเอกสารสีขาวให้เขา "เป็นใบลาพักร้อนของทีมพัฒนาค่ะ คุณกานต์ต้องอนุมัติก่อน"

กานต์รับซองเอกสารมา "โอ้โห พนักงานนี่พักร้อนกันจริงจังเลยนะครับ" เขาพูดติดตลก

"ผมไม่ได้พักร้อนมานานแค่ไหนแล้วนะ" คำถามนั้นหลุดออกจากปากโดยไม่ตั้งใจ

คุณลดามองหน้าเขาด้วยความเห็นใจ "คุณกานต์เองก็ควรจะพักผ่อนบ้างนะคะ สุขภาพสำคัญนะคะ"

"ผมรู้ครับคุณลดา"

กานต์ตอบพลางเปิดซองเอกสาร ใบลาพักร้อนของทีมงานหลายคนปรากฏขึ้น เขากวาดตามองอย่างรวดเร็ว

"เห็นแล้วก็อยากไปพักบ้างเหมือนกัน"

"ถ้าอย่างนั้น... ลองพิจารณาดูนะคะ" คุณลดาพูดอย่างนุ่มนวล

"มีข่าวว่าคุณกานต์ไม่สบายบ่อยขึ้นช่วงนี้"

คำพูดของคุณลดาทำให้กานต์ชะงัก เขายอมรับว่าช่วงหลายเดือนมานี้ เขาปวดหัวบ่อยครั้ง นอนไม่ค่อยหลับ หรือบางคืนก็หลับไปทั้งที่ยังใส่ชุดทำงานอยู่ ตื่นมาก็รู้สึกไม่สดชื่น เพลียตลอดวัน ร่างกายเริ่มส่งสัญญาณเตือน แต่เขากลับเลือกที่จะเมินเฉย

"ผมโอเคครับคุณลดา" เขาฝืนยิ้ม

"แค่ทำงานหนักไปหน่อย"

"บางที... การทำงานหนักอย่างเดียวอาจไม่ใช่คำตอบทั้งหมดนะคะ"

คุณลดาพูดอย่างมีความหมาย ก่อนจะขอตัวกลับไป กานต์มองตามหลังเธอไปอย่างครุ่นคิด 'ไม่ใช่คำตอบทั้งหมด' งั้นอะไรคือคำตอบ?

เขาเดินกลับมาที่โต๊ะทำงาน พนักงานส่วนใหญ่กลับไปหมดแล้ว เหลือเพียงแสงไฟสลัวๆ จากโคมไฟตั้งโต๊ะของเขา ที่ยังคงส่องสว่างอยู่ กานต์หยิบใบลาพักร้อนของทีมงานขึ้นมาดูอีกครั้ง ภาพของใบหน้ายิ้มแย้มของเพื่อนร่วมงานที่เขียนข้อความสั้นๆ ลงในใบลาว่า 'ขอไปเที่ยวกับครอบครัว' หรือ 'ไปพักผ่อนฟื้นฟูร่างกาย' มันดูช่างห่างไกลจากชีวิตของเขาเหลือเกิน

เขาเคยมีความฝัน ความสุขที่เรียบง่าย เขาจำได้ว่าเมื่อก่อนตอนที่ยังเป็นพนักงานระดับล่าง เขาเคยสนุกกับการใช้ชีวิตในวันหยุดกับการไปตกปลาที่ต่างจังหวัดกับเพื่อน หรือการไปเดินเล่นในสวนสาธารณะกับแฟนเก่า

แต่ทุกวันนี้ 'ความสุข' ของเขาถูกนิยามด้วยความสำเร็จทางธุรกิจเท่านั้น เขายอมแลกทุกอย่างเพื่อมัน เขาไม่สนใจอาหารการกินที่ดีต่อสุขภาพ เลือกทานอาหารสำเร็จรูป หรืออาหารตามสั่งที่สะดวก ร่างกายของเขาต้องการการพักผ่อน แต่เขากลับเลือกที่จะทำงานจนดึกดื่น เขาบอกตัวเองเสมอว่า 'อีกไม่นาน' 'อีกนิดเดียว' แล้วทุกอย่างจะดีขึ้น

แต่ 'อีกไม่นาน' นั้นไม่เคยมาถึง ความเหนื่อยล้าสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ ความรู้สึกว่างเปล่าก็เพิ่มพูน กานต์เริ่มตั้งคำถามกับตัวเอง เขาทำทั้งหมดนี้ไปเพื่ออะไร? เพื่อความสำเร็จที่เขาเองก็ไม่เคยรู้สึกเติมเต็ม? หรือเพื่อตอบสนองความคาดหวังของสังคม?

เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้เลื่อนหาเบอร์โทรศัพท์ของ 'แม่' เขาแตะปุ่มโทรออก เสียงสัญญาณรอสายดังขึ้นมานานกว่าปกติ

"ฮัลโหลลูกรัก" เสียงแม่ตอบรับอย่างดีใจ

"แม่นึกว่าลูกไม่รับสายเสียอีก"

"แม่ครับ" กานต์พูดเสียงอ่อย

"ผม... ผมคงกลับบ้านอาทิตย์นี้ไม่ได้แล้วครับ งานเยอะมาก"

"โอ้... ไม่เป็นไรลูก" น้ำเสียงของแม่ฟังดูผิดหวังเล็กน้อย

"แม่เข้าใจลูก"

"ขอโทษครับแม่" กานต์รู้สึกผิดอย่างบอกไม่ถูก

"ไม่เป็นไรจ้ะลูก แค่ได้ยินเสียงลูกก็ดีใจแล้ว" แม่พูดต่อ

"ดูแลตัวเองด้วยนะลูก เห็นหน้าลูกในทีวีแล้วผอมลงเยอะเลยนะ"

"ครับแม่" กานต์ตอบ พยายามกลั้นน้ำตาที่เริ่มคลอ

"เดี๋ยวผมโทรหาใหม่นะครับ"

"จ้ะลูก รักนะ"

"ครับแม่ รักเหมือนกัน"

กานต์วางสาย รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังบีบคั้นเขาเข้ามาเรื่อยๆ เขากวาดตามองเอกสารบนโต๊ะ อัตราผลกำร kepa 'นิวสกาย' งบประมาณการตลาด 'วีนัส' แผนธุรกิจ 'โซลาร์'

เขารู้สึกเหนื่อยล้าจนแทบจะยืนไม่ไหว เขาอยากจะตะโกนดังๆ ว่า 'พอแล้ว!' แต่เขาก็ทำไม่ได้

กานต์เดินไปที่หน้าต่างห้องทำงานอีกครั้ง แสงจันทร์สาดส่องลงมาบนใบหน้าของเขา เขาเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกเงาบานใหญ่ที่ติดอยู่บนผนัง ภาพของชายหนุ่มผู้ประสบความสำเร็จ แต่กลับดูอ้างว้างและโดดเดี่ยว

'สมดุลชีวิต' คำนี้แวบเข้ามาในหัวของเขา มันคืออะไรกันแน่? มันคือการมีทุกอย่างที่ต้องการ? หรือคือการรู้จักปล่อยวางบางสิ่งบางอย่าง?

เขาหันกลับมามองที่โต๊ะทำงานอีกครั้ง เขาไม่รู้ว่าทำไม แต่เขาเริ่มรู้สึกว่า ความสำเร็จที่เขากำลังไขว่คว้าอยู่นั้น อาจไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้เขามีความสุขอย่างแท้จริง

กานต์นั่งลงบนเก้าอี้ผู้บริหารที่ดูหรูหรา แต่กลับไม่สบายเท่าที่ควร เขายกมือขึ้นนวดขมับที่กำลังตุบๆ เขาอยากรู้จริงๆ ว่ามีหนทางอื่นไหม ที่จะทำให้เขามีชีวิตที่ดีกว่านี้ มีความสุขมากกว่านี้ โดยไม่ต้องแลกกับสุขภาพกายและใจ หรือความสัมพันธ์กับคนที่เขารัก

แสงไฟนีออนสีขาวของเมืองยังคงสว่างไสว แต่สำหรับกานต์แล้ว ค่ำคืนนี้กลับดูมืดมนกว่าที่เคย เขาจะหาทางออกจากวังวนนี้เจอหรือไม่? หรือจะจมปลักอยู่กับความสำเร็จที่ไร้รสชาติไปตลอดกาล?

1 / 37
Mindset

สมดุลชีวิต: ความสุขที่ยั่งยืน

BizBook168
ฟรี

สมดุลชีวิต: ความสุขที่ยั่งยืน

Mindset/พัฒนาตัวเอง37 ตอน 4.5
ความคืบหน้า3%
แชร์: