ตอนที่ 1 — ทำไมผู้นำยุคใหม่ถึงเหนื่อยใจ
ลองมองไปรอบๆ ตัวสิครับ ในโลกธุรกิจที่หมุนเร็วยิ่งกว่าจรวด ไม่ว่าคุณจะเป็นเจ้าของกิจการ ผู้บริหารระดับสูง หรือหัวหน้าทีมเล็กๆ คุณอาจเคยรู้สึกเหมือนกำลังวิ่งมาราธอนที่ไม่มีวันสิ้นสุดใช่ไหมครับ? ลูกทีมดูเหมือนจะหมดไฟ ไม่มีใครอยากอาสาทำงานยากๆ หรือบางทีก็ดูเหมือนจะทำงานไปวันๆ ไม่ได้มีใจที่อยากจะสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ เลย
ผมเจอคำถามนี้บ่อยมากจากผู้บริหารหลายคนในงานสัมมนา หรือแม้แต่ในบทสนทนาส่วนตัว
“ผมให้งานไปแล้ว ทำไมผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่หวัง?”
“ทำไมพนักงานถึงไม่ค่อยมีความคิดสร้างสรรค์?”
“ผมพยายามบอกให้พวกเขาทำอย่างนั้นอย่างนี้ ทำไมดูเหมือนพวกเขาไม่เคยเข้าใจเลย?”
คุณเคยสงสัยไหมครับว่าอะไรคือเบื้องหลังความเหนื่อยใจเหล่านี้? ในอดีต การเป็นผู้นำอาจหมายถึงการสั่ง การควบคุม การบังคับให้คนอื่นทำตามคำสั่ง แต่ในยุคนี้ โลกเปลี่ยนไปแล้วครับ คนรุ่นใหม่ไม่ได้ทำงานเพียงเพราะเงินเดือน หรือเพราะ
“หน้าที่”
เท่านั้น แต่พวกเขามองหาความหมาย มองหาแรงบันดาลใจ มองหาโอกาสที่จะเติบโตและได้แสดงศักยภาพของตัวเอง
ลองนึกถึง สตีฟ จ็อบส์ ตอนที่เขาขับเคลื่อน Apple ให้ก้าวข้ามขีดจำกัด หรือ มหาเศรษฐี อิลอน มัสก์ กับวิสัยทัศน์ที่ยิ่งใหญ่ในการไปตั้งรกรากบนดาวอังคาร คุณจะเห็นอะไรที่เหมือนกันในตัวพวกเขา? มันไม่ใช่แค่เรื่องของตำแหน่งหรืออำนาจ แต่มันคือ
“พลัง”
บางอย่างที่สามารถดึงดูดผู้คนให้มาร่วมฝัน ร่วมลงมือทำ แม้ในวันที่เส้นทางเต็มไปด้วยอุปสรรค
ผมเคยมีโอกาสได้พูดคุยกับผู้บริหารระดับสูงของบริษัทเทคโนโลยีแห่งหนึ่งในซิลิคอนแวลลีย์ เขาเล่าให้ฟังว่า สมัยก่อน ทีมวิศวกรของเขาทำงานภายใต้แรงกดดันสูงมาก ส่งมอบโปรเจกต์ได้ตรงเวลา แต่ก็แลกมากับการที่พนักงานส่วนใหญ่ดูเหมือนหุ่นยนต์ ทำงานตามคำสั่งเป๊ะๆ ไม่มีใครเสนอไอเดียใหม่ๆ จนกระทั่งผู้บริหารคนนี้ได้มีโอกาสไปเข้ารับการอบรมเกี่ยวกับภาวะผู้นำยุคใหม่ เขาเริ่มปรับเปลี่ยนวิธีการสื่อสาร จากการสั่งการ มาเป็นการ
“ชวนคุย” จากการ
“บอกให้ทำ” มาเป็นการ
“ตั้งคำถาม”
เขาเล่าว่า “ตอนแรกมันไม่ง่ายเลยครับ ทีมก็งงๆ ว่าหัวหน้าทำไมเปลี่ยนไป จากที่เคยแข็งๆ มาเป็นคนรับฟัง แต่พอเราเริ่มเปิดโอกาสให้พวกเขาได้แสดงความคิดเห็น แม้จะเป็นไอเดียที่ดูแปลกๆ ในตอนแรก แต่ปรากฏว่ามีไอเดียดีๆ เกิดขึ้นมากมาย บางไอเดียที่เราไม่เคยคิดถึงมาก่อนเลยด้วยซ้ำ”
สถิติจาก McKinsey & Company ชี้ให้เห็นว่า บริษัทที่มีการสื่อสารภายในองค์กรที่ดี มีแนวโน้มที่จะมีประสิทธิภาพในการทำงานสูงกว่า 4.5 เท่า เมื่อเทียบกับบริษัทที่การสื่อสารไม่ดี และมีความเป็นไปได้ที่จะมีผลประกอบการดีกว่า 20-30% ซึ่งแสดงให้เห็นว่า การสื่อสารไม่ใช่แค่เรื่องของการบอกกล่าว แต่คือเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนทีม
ในโลกปัจจุบัน การเป็นผู้นำที่ทรงพลังไม่ได้หมายถึงการมีอำนาจสูงสุด หรือการเป็นคนที่เก่งที่สุดในทุกๆ ด้านอีกต่อไปครับ แต่หมายถึงการเป็น
“ผู้สร้างแรงบันดาลใจ” เป็น
“ผู้จุดประกาย”
ให้กับทีมงาน เป็นคนที่สามารถมองเห็นศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในตัวแต่ละคน และดึงมันออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
เคยไหมครับที่เห็นผู้นำบางคน สามารถทำให้ทีมที่ดูธรรมดาๆ กลับกลายเป็นทีมที่ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม? นั่นแหละครับ คือพลังของภาวะผู้นำยุคใหม่ที่ผมอยากจะชวนคุณมาทำความเข้าใจในหนังสือเล่มนี้
ลองคิดดูว่า ถ้าคุณสามารถสร้างทีมที่ทุกคนรู้สึกมีคุณค่า รู้สึกอยากมาทำงานทุกวัน รู้สึกตื่นเต้นที่จะได้แก้ปัญหาใหม่ๆ และพร้อมจะทุ่มเทเพื่อเป้าหมายขององค์กร อะไรจะเกิดขึ้นกับธุรกิจของคุณ? ผลประกอบการจะพุ่งทะยาน นวัตกรรมจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และคุณในฐานะผู้นำ ก็จะมีเวลาไปโฟกัสกับกลยุทธ์ระยะยาว แทนที่จะต้องคอยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอยู่ตลอดเวลา
หลายครั้งที่เรามักจะโทษปัจจัยภายนอก โทษสภาวะเศรษฐกิจ โทษคู่แข่ง หรือแม้กระทั่งโทษ “คน” ในทีมว่าไม่มีศักยภาพ แต่ลืมไปว่า
“ผู้นำ” คือคนที่มีอิทธิพลมากที่สุดต่อพลังงานและทิศทางของทีม
หนังสือเล่มนี้จะพาคุณไปสำรวจว่าอะไรคือหัวใจสำคัญของการเป็นผู้นำที่ทรงพลังในยุคนี้ เราจะมาดูกันว่าทำไมผู้นำแบบเดิมๆ ถึงเริ่มใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป และเราจะพัฒนาตัวเองอย่างไรให้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจ สื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ และตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาด เพื่อนำพาองค์กรไปสู่ชัยชนะที่ยั่งยืน
เราจะเริ่มจากการทำความเข้าใจ “พื้นฐาน” ที่สำคัญที่สุดก่อน ว่าจริงๆ แล้ว
“ภาวะผู้นำ” ในนิยามใหม่คืออะไรกันแน่ มันแตกต่างจาก
“การเป็นหัวหน้า”
ทั่วไปอย่างไร และทำไมการเข้าใจสิ่งนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดของการเปลี่ยนแปลง
ผมอยากให้คุณลองจินตนาการถึงทีมในฝันของคุณดูสิครับ ทีมที่แต่ละคนมีความสุขกับการทำงาน มีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ มีความกล้าที่จะเสนอไอเดีย และทำงานร่วมกันได้อย่างลงตัวเหมือนวงออร์เคสตราชั้นยอด สิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน แต่มันคือสิ่งที่คุณสามารถสร้างขึ้นได้จริง
ในตอนต่อไป เราจะมาเจาะลึกกันว่า “แรงบันดาลใจ”
ที่แท้จริงนั้น มาจากไหน และผู้นำจะสามารถจุดประกายมันในทีมได้อย่างไร เตรียมตัวให้พร้อมนะครับ เพราะการเดินทางสู่การเป็นผู้นำที่ทรงพลัง กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว!
คุณเคยรู้สึกไหมว่า ทำไมบางครั้ง แค่สั่งงานไป กลับไม่ได้รับการตอบสนองที่ดีเท่าที่ควร? คุณเคยสงสัยไหมว่า ทำไมทีมของคุณถึงดูเหมือนขาด
“ประกายไฟ”
แห่งความกระตือรือร้น? สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ปัญหาที่ตัวทีมเพียงอย่างเดียว แต่อาจเป็นสัญญาณที่บอกเราว่า ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องปรับเปลี่ยน
“สไตล์” การเป็นผู้นำของเราให้เข้ากับยุคสมัย
บทเรียนธุรกิจ
ภาวะผู้นำยุคใหม่ไม่ใช่การสั่งการ แต่คือการสร้างแรงบันดาลใจและดึงศักยภาพของทีมออกมา การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพคือหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรสู่ความสำเร็จ
